พลังฝีมือส่วนตัวของชายหนุ่มชุดขาวน่ากลัวจะสูงล้ำสุดที่ 3 นิกายอมตะใหญ่ในแดนร้างจะทาบติด เพราะอย่าว่าแต่นิกายอมตะในแดนร้างแล้ว ต่อให้เป็นนิกายอมตะที่ทรงพลังเหนือกว่านั้น ทว่าเมื่อล่วงรู้เบาะแสผลึกเทพแบบนี้ ไม่พ้นต้องกระเหี้ยนกระหือรืออยากช่วงชิงไปครอง
ต้วนหลิงเทียนเองก็สุดที่จะจินตนาการได้ออกจริงๆ ว่าต้องเป้นตัวตนที่ทรงพลังถึงระดับไหน ถึงไม่เห็นผลึกเทพอยู่ในสายตา
แต่อย่างน้อยๆสิ่งหนึ่งที่ต้วนหลิงเทียนมั่นใจเลยก็คือ ตัวตนระดับนี้ หากคิดจะช่วงชิงของในมือ 3นิกายอมตะใหญ่ในแดนร้าง สมควรง่ายดายไม่หนักแรง
“ข้าคิดจะเอาอะไรจากนิกายอมมตะทั้ง 3 นั่น แน่นอนว่ามันง่ายเพียงพลิกกฝ่ามือ…”
ได้ยินคำถามดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน สองตาชายหนุ่มชุดขาววทอประกายยเรืองขึ้นวูบหนึ่ง มุมปากเริ่มคลี่รอยยิ้มเย้ยหยันออกมาพิกล “แต่นั่นหมายความว่าคนของพวกมัน ต้องมีปัญญารอดชีวิตกลับมาจากสถานที่แห่งนั้นเสียก่อน…”
“สถานที่แห่งนั้น อันตรายมากหรือ”
สีหน้าต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
“อันตรายกว่าที่เจ้าคิด”
ชายหนุ่มชุดขาวมองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาลึกล้ำ พลางกล่าวว่า “ความแข็งแกร่งงของเจ้าแม้จะเป็นชนชั้นต้าหลัวจินเซียนแล้ว…แต่ถ้าเข้าไปก็ต้องตกตายเต็มสิบส่วน!”
ตาบสิบ! ไร้หนทางรอดชีวิต!!
พอวาจานี้ขอชายหนุ่มชุดขาวดังจบคำ สีหน้าต้วนหลิงเทียนก็เปลี่ยนไปทันที