“เป็นเช่นนั้นจริงๆ…”
หลงเฟยอวิ๋นพยักหน้า
และตอนนี้เองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังหลงเฟยอวิ๋น ที่เดิมทียังยืนหลับตาอย่างสงบ หลังได้ยินคำกล่าวนี้ของต้วนหลิงเทียน มันก็ลืมตาขึ้นมามองจ้องต้วนหลิงเทียนทันที แถมสายตายังคมปานมีดดาบ ราวกับหากต้วนหลิงเทียนกล้าปฏิเสธหลงเฟยอวิ๋น มันจะลงมือจัดการต้วนหลิงเทียนในบัดดล
“ในเมื่อเป็นแบบนี้…แล้วทำไมข้าต้องทำข้อตกลงกับท่านด้วยเล่า?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามหลงเฟยอวิ๋นออกมาอีกครั้ง แต่ต้นจนจบไม่ได้สนใจสายตาแหลมคมเอาเรื่องของชายวัยกลางคนสักเพียงนิด
“นอกจากเคล็ดอมตะขั้นปฐพีแล้ว…ข้ายังสามารถมอบ ‘ตำรับโอสถ’ ให้น้องต้วนได้อีกด้วย”
ได้ยินคำถามย้ำของต้วนหลิงเทียน หลงเฟยอวิ๋นยังคงกล่าวออกมาโดยหน้าไม่เปลี่ยนสี
ตำรับโอสถ?
ต้วนหลิงเทียนเลิกคิ้วขึ้น ตำหรับโอสถทั่วไปไม่ได้อยู่ในสายตาเขา
“ตำรับโอสถที่ข้าว่า…เป็นตำรับโอสถ หลัวเทียน!”
หลงเฟยอวิ๋นกล่าวอย่างใจเย็น
เปรี๊ยง!!
อย่างไรก็ตาม เมื่อวาจาของหลงเฟยอวิ๋นดังจบคำ ต้วนหลิงเทียนเสมือนถูกอัสนียามแล้งที่ฟาดผ่าลงมาโดยไร้ซึ่งการตั้งเค้าใดๆมาก่อน คนถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดไปทันใด
ตำรับโอสถหลัวเทียน!?
นี่มัน…
เท่าที่เขาทราบมา…
ไม่ต้องกล่าวถึงในประเทศอมตะระดับสูงด้วยซ้ำ เพราะสำหรับ 3 นิกายอมตะใหญ่ในแดนร้างแล้ว โอสถหลัวเทียน ก็เป็นโอสถอมตะที่หาได้ยากเย็นยิ่ง