‘มิน่าแปลกใจเลยที่ไฉนพี่ 4 ถึงได้กังวลเรื่องมันนัก…ที่แท้ไม่ใช่แค่เพราะศิษย์น้องหญิงที่มันบอกว่ายังมีอายุน้อยกว่ามันเสียอีก แต่ที่แท้ยังเป็นเพราะตัวมันเองอีกด้วย’
‘ศิษย์น้องหญิงของงมันแม้ข้าจะไม่เคยพบเจอมาก่อน และไม่แน่ใจว่ามีพลังฝีมือเลิศล้ำถึงขั้นเข่นฆ่าชนชั้นอาวุโสของตระกูลโจวที่มีพลังฝึกปรือขอบเขตต้าหลัวจินเซียนขั้นปฐพีได้ง่ายดายจริงอย่างที่ร่ำลือหรือไม่…แต่ชายหนุ่มแซ่ต้วนผู้นี้ กลับมีอายุไม่ถึงร้อยปีและบรรลุขอบเขตพลังต้าหลัวจินเซียนขั้นเหลืองได้แล้วจริงๆ!’
ยามที่หลงเฟยอวิ๋นมองต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง ในแววตามันก็ไม่อาจปกปิดความตกตะลึงได้มิด ยังคงตะลึงเช่นนั้นอยู่นานไม่หาย
ตอนนี้มันไม่สนอีกต่อไปว่าตัวตนที่แท้จริงของต้วนหลิงเทียนจะเป็นใครมาจากไหน และใช่มีนิกายอมตะอันทรงพลังร้ายกาจอยู่เบื้องหลังหรือไม่…เพราะทั้งหมดที่ว่ามานั้น ในสายตาของมันตอนนี้ล้วนไร้ความสำคัญอีกต่อไป! และการที่อีกฝ่ายอายุไม่ถึงร้อยปีแต่มีพลังเทียบได้กับยอดฝีมือต้าหลัวจินเซียนขั้นเหลือง ก็ทำให้มันเริ่มคิด..
‘บางที…พวกเราอาจทำข้อตกลงกับมันได้’
เมื่อคิดถึงจุดนี้ สองตาหลงเฟยอวิ๋นก็เปล่งประกายสว่างวาบดั่งดวงดารากลางฟ้ายามราตรีกาล ช่างระยิบระยับสดใสนัก
“น้องต้วน พอดีข้ามีเคล็ดอมตะขั้นปฐพีอยู่ในมือ…ไม่ทราบว่าท่านสนใจหรือไม่?”
หลงเฟยอวิ๋นมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเร่าร้อน กล่าวถามออกไปเสียงห้วน
เคล็ดอมตะขั้นปฐพี!