เมื่อเห็นว่าตัวเองได้ดึงเวลามามากเกินพอแล้ว พิธีกรสาวก็ไม่คิดจะล่าช้าอะไรอีก จึงกล่าวประกาศราคาครั้งที่ 3 ออกมาทันที จากนั้นก็กล่าวปิดประมูลว่า “ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกียรติในห้องปฐพีหมายเลข 1 ด้วยค่ะ! เคล็ดอมตะขั้นลี้ลับ ทมิฬลี้ลับรวมผสาน บัดนี้ได้เป็นของท่านแล้ว!”
เคล็ดอมตะขั้นลี้ลับในราคา 30,000 หินอมตะระดับสูงสุด!
ต้องกล่าวเลยว่าครั้งนี้ต้วนหลิงเทียนได้กำไรแล้วจริงๆ!
“อ่าว…ไม่ประมูลแข่งหรอกหรือ…”
หลายคนในโถงประมูลรวมอดไม่ได้ที่จะงงเล็กน้อย
“ไม่แข่งก็มิใช่ว่าเป็นเรื่องปกติหรือไร? ด้วยฐานะคนในตระกูลราชวงศ์ไหนเลยจะสนใจเคล็ดอมตะขั้นลี้ลับกันเล่า…กับอีแค่เคล็ดอมตะขั้นลี้ลับต่อให้จะนำไปทำกำไรในตลาดมืดได้ แต่คนในตระกูลราชวงศ์ใครบ้างขาดเงิน ไหนเลยจะลดตัวมาแย่งชิง…”
“ก็จริงของเจ้า”
“ไม่รู้จริงๆ ว่าในห้องนภาหมายเลข 1 เป็นองค์ชายองค์ไหนกันแน่?”
…
ในขณะที่ความสนใจของผู้คนในโถงรวมกลับไปอยู่ที่คนในห้องนภาหมายเลข 1 อีกครั้ง
ทางด้านห้องนภาหมายเลข 1 องค์ชาย 13 ‘หลงเฟยอวิ๋น’ ที่นั่งอยู่ ใบหน้าของมันก็อดฉายถึงความประหลาดใจไม่ได้
‘มัน…สนใจเคล็ดอมตะขั้นลี้ลับด้วย?’
‘ศิษย์จากนิกายอันทรงพลังนอกแดนร้าง…ไฉนมาสนใจอะไรกับเคล็ดอมตะขั้นลี้ลับได้?’
‘หรือว่าที่แท้…มันจะไม่ใช่ศิษย์จากนิกายทรงพลังนอกแดนร้าง?’
ในใจหลงเฟยอวิ๋นเริ่มคาดเดาเรื่องราวไปมากมาย นิ้วที่วางบนโต๊ะหยก เริ่มเคาะดังปึกๆ