ยิ่งไปกว่านั้นนางยังเห็นชีวิตคนเป็นแค่ผักปลา!
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองสตรีชุดส้มด้วยสายตาเฉยชาเล็กน้อย คร้านจะกล่าวอะไรกับนาง เพียงจูงมือฮ่วนเอ๋อเดินหลบออกข้าง คิดเลี่ยงสัตว์อสูร 9 หัวตั่วเขื่องเพื่อไปหาที่พักต่อ
หากแต่ในขณะที่เขากำลังจะจากไป
เพี๊ยะ!! ปักก!!!
เสียงบางสิ่งแหวกอากาศฉับไวก่อนที่จะฟาดลงบนพื้นถนัดถนี่ จนทำนองเสียงหนักดังขึ้น! เป็นสตรีในชุดสีส้มที่ไม่ทราบว่าในมือถือไว้ด้วยแส้ยาวตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้ตวัดแส้ฟาดหวดลงบนพื้นถนนเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียนอย่างแรง!!
เจอแบบนี้ต้วนหลิงเทียนก็หยุดลง สีหน้ายังเปลี่ยนไปทันใด
กระทั่งสีหน้าฮ่วนเอ๋อเองก็คล้ายมีม่านน้ำแข็งฉาบเคลือบไว้ในฉับพลัน ทั่วร่างเริ่มแผ่กลิ่นอายเย็นชาออกมา
“แม่นาง…เจ้าคิดจะทำอะไร?”
ต้วนหลิงเทียนหันไปมองถามสตรีชุดส้มด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
“ข้าคิดจะทำอะไร?”
สตรีนางนั้นยังคงมองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาร้อนแรงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน นางกล่าวตอบออกมาอย่าถือดี “แล้วเจ้าไม่ได้ยินหรือไร? ข้านายหญิงกำลังถามไถ่ชื่อเจ้า!”
“ข้ารู้จักเจ้าด้วยเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว เอ่ยถาม
“เช่นนั้นตั้งแต่วินาทีนี้ไปเจ้าจงจดจำเอาไว้ให้ดี…ข้านายหญิงเรียกว่า โจวชู่ตง และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าจักเป็น นายบำเรอ ของข้านายหญิง! เจ้าจงขอบคุณฟ้าเสีย ที่มีโอกาสดีๆเช่นนี้!!”