ด้วยเหตุนี้เขาจึงคุ้นชินกับฉากที่ฮ่วนเอ๋อกวาดอาหารเรียบด้วยความเร็วสูงดั่งพายุพัดเช่นนี้มานานแล้ว ไม่ได้แปลกใจอะไรอีก
ในขณะที่คุยกับฮ่วนเอ๋อ ต้วนหลิงเทียนก็คอยเงี่ยหูฟังบทสนทนาด้านนอกอยู่ตลอด
ตอนที่เขาเลือกห้องส่วนตัว เขาก็ยังจงใจเลือกห้องที่ติดกับโถงรวมของเหลาอาหารเสมอ
และต้องกล่าวเลยว่าห้องส่วนตัวที่เหลาแห่งนี้เก็บเสียงได้ค่อนข้างดีมาก หากต้วนหลิงเทียนไม่ได้ตั้งใจฟังดีๆ เขาก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงสนทนาด้านนอกเลย
ตอนแรกต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้ยินเรื่องที่น่าสนใจสักเท่าไหร่
จนเมื่อฮ่วนเอ๋อรับประทานอาหารส่วนใหญ่บนโต๊ะไปหมดแล้ว ต้วนหลิงเทียนถึงจะได้ยินเรื่องที่ทำให้เขาสนใจขึ้นมา
“อีกหนึ่งเดือนต่อมาเหล่ายอดฝีมือรุ่นเยาว์อายุไม่ถึงร้อย ที่เหล่าอ๋องตามหัวเมืองต่างๆของประเทศเถิงหลงเราเฟ้นหา ก็จะมารวมตัวกันที่วังหลวงแล้ว…ข้าล่ะสงสัยจริงว่ารุ่นเยาว์ของอ๋องคนใดจะร้ายกาจที่สุด?”
“ข้าได้ยินมาว่าจวนอ๋องหงเหว่ยมีจินเซียนตะวันม่วงที่อายุไม่ถึงร้อยปีด้วย…นับว่าร้ายกาจจริงๆ! นานมากแล้วที่ข้าไม่เห็นจินเซียนตะวันม่วงอายุไม่ถึงร้อยปีเช่นนี้…”
“อายุไม่ถึงร้อยแต่เป็นจินเซียนตะวันม่วงแล้วหรือ? ช่างเป็นอัจฉริยะที่น่าจับตามองยิ่ง!”
…
ได้ยินบทสนทนาดังกล่าว ต้วนหลิงเทียนอดย่นคิ้วด้วยความสงสัยไม่ได้
‘อ๋องของประเทศเถิงหลง ก็รวบรวมอัจฉริยะที่อายุไม่ถึงร้อยปีด้วยงั้นเหรอ?’