“ข้าก็คิดเช่นนั้น…ทั้งคู่สมควรเป็นรุ่นเยาว์ของมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ใด หรือไม่ก็เป็นสุดยอดอัจฉริยะของขุมกำลังที่อยู่เหนือประเทศอมตะระดับสูงเป็นแน่! กล่าวไปการที่ตระกูลลู่ของพวกเราได้พบพวกมัน ทั้งสามารถรวบรวมเมืองลู่ให้เป็นของพวกเราได้ นับว่าเป็นวาสนาประการหนึง!”
“ช่างน่ากลัวสุดหยั่งถึงนัก…รุ่นเยาว์อายุไม่ถึงร้อย แต่พลังฝีมือกลับสูงส่งถึงขั้นเข่นฆ่าล้างตระกูลลู่ของพวกเราที่สืบทอดมรดกต่อกันมาหลายพันปีได้ง่ายๆ ไม่ทราบจริงๆว่าขุมกำลังของพวกมันที่แท้ยิ่งใหญ่ปานใด…”
…
หลังต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อจากไป คนของตระกูลลู่ก็พากันระบายลมหายกันยกใหญ่
และสุดท้ายพวกมันก็คาดเดาไปในแนวทางเดียวกันว่า…
ต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อ สมควรมาจากขุมกำลังที่ทรงพลังอำนาจเหนือกว่าประเทศอมตะระดับสูงแน่นอน!
และขุมกำลังเหล่านั้น สำหรับพวกมันแล้ว…ก็ทรงพลังสุดที่จะหยั่งถึง!
กล่าวไปไม่ต้องพูดถึงตระกูลลู่ของพวกมันด้วยซ้ำ ต่อให้เป็นตระกูลราชวงศ์ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศอวิ๋นเหยียน ก็ไร้รุ่นเยาว์คนไหนสามารถเทียบเทียมทั้ง 2 ได้ เรียกว่าเป็นขุมกำลังคนละชั้น ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย!
“แต่ที่ข้าสงสัยและขบคิดเท่าไหร่ก็ไม่ออกก็คือ…ไฉนอยู่ๆทั้งคู่จึงต้องเข่นฆ่าคนของตระกูลฉี เป็นการช่วยพวกเราแบบนี้ด้วย?”
บรรพบุรุษตระกูลลู่กล่าวพลางทอดถอนใจ