กระทั่งต้วนหลิงเทียนที่จิตใจสงบดั่งน้ำนิ่งแล้ว ยามเผลอไปมองฮ่วนเอ๋อ ก็เหม่อลอยไปพักๆ
“พี่หลิงเทียนข้าอิ่มแล้ว”
ราวๆครึ่งชั่วยามต่อมา ฮ่วนเอ๋อก็เช็ดมุมปากด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ กล่าวกับต้วนหลิงเทียนเสียงใสว่า “อาหารในโลกภายนอกช่างอร่อยเหลือเกิน…หลังจากนี้ไปพี่หลิงเทียนพาฮ่วนเอ๋อมาหาอะไรกินบ่อยๆได้ไหม?”
“ได้สิ…เอาที่ฮ่วนเอ๋อชอบเลย”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ พลางพยักหน้ารับ
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้แปลกใจอะไรที่ฮ่วนเอ๋อใช้คำเรียกหาเขาเปลี่ยนไป
เพราะเมื่อวานหลังออกจากตระกูลฉี เขาก็พาฮ่วนเอ๋อไปเดินเล่นทั่วเมือง และซื้อของมากมายให้นาง
ในระหว่างนี้ ตามทางก็มีคู่รักเดินสวนไปมาหลายคู่ และหลังได้ยินคู่รักทั้งหลายเรียกหากัน ฮ่วนเอ๋อ ก็เลียนแบบและไม่เรียกชื่อเขาว่าต้วนหลิงเทียนตรงๆอีก แต่เป็นพี่หลิงเทียนแทน
แน่นอนว่าเขารู้ดีว่ากับอีแค่ชื่อเรียกมันไม่ได้มีความหมายอะไรมากมาย
ฮ่วนเอ๋อ ก็ยังคงเป็นฮ่วนเอ๋อ
สำหรับเรื่องความรู้สึกอะไรพวกนั้น ฮ่วนเอ๋อไม่รู้จักมันแม้แต่น้อย
นางยังบริสุทธิ์เหมือนกระดาษขาว
ถึงแม้ตอนนี้ในกระดาษขาวที่ว่าจะมีสีสันแต่งแต้มลงไปเล็กน้อย แต่ส่วนอื่นๆก็ยังคงขาวสะอาด
“ในเมื่อกินอิ่มแล้ว…พวกเราออกไปเดินเล่นซื้อของต่อดีไหม?”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มถาม
“ดีดี…เมื่อวานฮ่วนเอ๋อยังมีของที่อยากซื้อตั้งหลายชิ้น แต่ไม่ได้ซื้อมา”
ฮ่วนเอ๋อพยักหน้ารับราวลูกเจี๊ยบจิกเม็ดข้าว