แม้ในใจของอดีตผู้นำตระกูลลู่จะไม่ยินยอมเพียงใด แต่มันย่อมรู้เรื่องเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามดี จึงเร่งกล่าวคำขอบคุณตามลูกชายตัวเองออกไป
“เช่นนั้นก็ดี!”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้มบางๆ ค่อยกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “พวกเจ้าตระกูลลู่…กล่าวไปแล้วก็ต้องขอบคุณพวกเราจริงๆนั่นล่ะ”
“เอ่อ?”
ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนเอ่ยประโยคนี้ออกมา คนของตระกูลลู่ก็แทบจะกระอักเลือดออกมาให้ได้
ทั้ง 2 คนเบื้องหน้า จะไม่รังแกกันไปหน่อยหรือไร? พวกมันคุกเข่าร้องขอก็แล้ว ยังต้องมาขอบคุณอีกหรือ?
อย่างไรก็ตามแม้ในใจของพวกมันจะทดท้อและรู้สึกว่าฟ้าไม่ยุติธรรมแค่ไหน แต่พวกมันก็ไม่แสดงอาการใดๆออกมา
“เพราะเมื่อครู่…ข้าพึ่งจะจัดการต้าหลัวจินเซียนขั้นสวรรค์ทั้ง 2 ของตระกูลฉีไป ข้าว่านี่สมควรเป็นข่าวดีสำหรับตระกูลลู่ของพวกเจ้าใช่ไหม?”
ต้วนหลิงเทียนพูดต่อ
และทันทีที่ต้วนหลิงเทียนพูดเรื่องนี้ออกมา ก็สร้างความตกใจให้กับคนของสกุลลู่นัก แต่ละคนยืดตัวตรงขึ้นพรวด แม้จะยังคุกเข่าอยู่ ทว่าแผ่นหลังของพวกมันก็ตรงแด่วราวหอก!
“ใต้เท้า…ท่านกล่าวจริงหรือ?!”
ลู่เฉียนกล่าวถามด้วยสองตาลุกวาว ลมหายใจยังกลายเป็นหอบถี่!
ตอนนี้ไม่เพียงแต่มันจะไม่รู้สึกปวดใจอะไร กระทั่งความไม่ยินยอมทั้งความคับแค้นใจที่ไม่อาจล้างแค้นให้ลูกชายตัวเองได้ ก็มลายหายไปหมดสิ้น
“ข้าต้องโกหกเจ้าด้วยเหรอ?”