อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนเร่งเร้าพลังสภาวะถึงขีดสุด หากทว่าผู้นำตระกูลฉีกับบรรพบุรุษตระกูลฉี ก็ไม่ได้คิดระแวงป้องกันอะไร เพราะพวกมันคิดว่าที่ต้วนหลิงเทียนเร่งเร้าสภาวะฆ่าฟันออกมาแบบนี้กอปรกับวาจาที่กล่าวออกเสียงแข็งยามลุกพรวดขึ้นยืน ไม่พ้นอีกฝ่ายต้องคิดเข่นฆ่าคนสกุลลู่ที่บุกมาหาความเป็นแน่!!
แต่แน่นอนว่าอีกเหตุผลหนึ่งทั้งยังเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกมันไม่คิดระวังป้องกัน ล้วนเป็นเพราะสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆต้วนหลิงเทียน…
สตรีนางนี้คือยอดเซียนอมตะ หากคิดจะฆ่าพวกมันก็ลำบากเพียงยกมือเท่านั้น…
ดังนั้นพวกมันจึงไม่คิดแม้แต่น้อยว่าที่ต้วนหลิงเทียนเร่งเร้าพลังสภาวะขึ้นมา จะทำไปเพราะคิดเข่นฆ่าพวกมัน
ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ!
…
จนเมื่อเสียงกระบี่จากการกรีดอากาศเข้ามาฉับไวหอนดังขึ้น รวมทั้งเบื้องหน้าสายตาอยู่ๆก็กลับกลายเป็นโลกสีรุ้ง เพราะบัดนี้ค่ายกลกระบี่ได้บรรลุถึงตัวพวกมันเสียแล้ว ผู้นำตระกูลฉีกับบรรพบุรุษตระกูลฉีจึงค่อยตระหนักได้ว่า…ที่แท้ต้วนหลิงเทียนคิดลงมือกับพวกมันนี่เอง สีหน้าจึงเปลี่ยนไปใหญ่หลวง!!
พวกมันย่อมคิดเร่งเร้าพลังขึ้นมาต้านทานตามสัญชาตญาณ
อนิจจาพวกมันพึ่งคิดจะต้านทาน พลังเซียนอมตะต้นกำเนิดในร่างไม่ทันได้โคจรใช้ออก รังสีกระบี่รุ้งนับพันๆของต้วนหลิงเทียนที่ร้อยเรียงเป็นค่ายกลกระบี่ก็สะบั้นหั่นร่างพวกมันเป็นละอองธุลี…