สตรีนางนั้นก็ยกมือขึ้นโบกสะบัดอย่างไร้เรื่องราว จากนั้นก็ปรากฏไอเย็นเยียบขุมหนึ่งพัดผ่านร่างบิดากับบรรพบุรุษของมัน รู้ตัวอีกทีร่างท่อนล่างของบิดาและบรรพบุรุษของพวกมันก็กลายเป็นน้ำแข็ง ติดแหง็กไปกับพื้นโถง ไม่อาจขยับเขยื้อนใดๆได้แม้ครึ่งก้าว!
จนเมื่อชายหนุ่มในชุดสีม่วงเอ่ยคำ สตรีนางนั้นจึงค่อยถอนรั้งพลังคืนกลับ ปลดปล่อยบิดากับบรรพบุรุษตระกูลฉีของพวกมันให้ได้รับอิสรภาพ…
อย่างไรก็ตามทันทีที่ได้รับอิสระภาพ ทั้ง 2 ก็ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนหยัด นั่นเพราะร่างกายท่อนล่างของพวกมันกลายเป็นอัมพาตไปพักหนึ่ง
จนเมื่อทุกคนดึงสติกลับมาจากอาการแตกตื่นแล้ว ก็เร่งคุกเข่าต่อหน้าสตรีคนนั้น และเร่งเอ่ยคำขอขมาลาโทษทันที
“พวกเรามีตาแต่ไร้แววมิรู้ว่าใต้เท้าเป็นถึงยอดเซียนอมตะ จึงได้กระทำการเสียมารยาทไป หวังว่าใต้เท้าจักมีเมตตาปล่อยปละละเว้นพวกเราสักครา”
ตอนนั้นฉีโหยวเองก็หวาดกลัวแทบตาย มันกับผู้ติดตามชราทั้ง 2 เร่งรุดคุกเข่าลงไป กล่าวคำขอขมาด้วยความหวาดกลัว
วินาทีนี้ฉีโหยวจึงได้ตระหนัก
ที่แท้ในบรรดาคนทั้ง 2 ไม่ใช่ชายหนุ่มชุดม่วงที่ร้ายกาจที่สุด แต่เป็นสตรีที่มีผ้าปิดหน้าต่างหาก!
‘คิดไม่ถึงจริงๆ…ว่าด่านพลังฮ่วนเอ๋อจะบรรลุถึงยอดเซียนอมตะแล้ว’