อาวุโสคนดังกล่าวของสกุลฉียังคงกล่าวผ่านพลังสืบต่อ “มิแน่ว่ามันอาจจะซ่อนพลังฝีมือไว้…หรือบางทีมันอาจมีความเป็นมาไม่ธรรมดา!”
“มันจะซ่อนพลังฝีมือเอาไว้หรือมีความเป็นมาไม่ธรรมดาก็ช่างเถอะ…รอให้มันกลับไปถึงตระกูลฉีเรา เพียงให้ท่านพ่อตรวจสอบมันก่อน อย่างไรเสียถ้าท่านพ่อรับมือมันคนเดียวไม่ไหว ก็ให้ท่านบรรพบุรุษมาช่วยจัดการมันเถอะ”
ฉีโหยวกล่าว
ในตระกูลฉีนั้น มีต้าหลัวจินเซียนขั้นสวรรค์อยู่ 2 คน และทั้งคู่ยังเป็นยอดฝีมือที่ทรงพลังที่สุดของตระกูลฉี
หนึ่งในนั้นคือผู้นำตระกูลฉี บิดาของฉีโหยว
ส่วนอีกคนก็คือบรรพบุรุษของตระกูลฉี เรียกว่าเป็นผู้อาวุโสที่มีฐานะสูงสุดของตระกูลฉีก็ว่าได้
และแม้ว่าทั้งคู่จะเป็นต้าหลัวจินเซียนขั้นสวรรค์เหมือนกัน หากแต่พลังฝีมือบรรพบุรุษสกุลฉี ยังเหนือกว่าผู้นำตระกูลฉีคนปัจจุบันเสียอีก
ไม่นานภายใต้การนำทางของฉีโหยว ต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อก็มาถึงบ้านสกุลฉี
“ต้วนหลิงเทียน พวกเรามาทำอะไรที่บ้านพวกมันเล่า ฮ่วนเอ๋อไม่อยากอยู่กับพวกมันเลย”
หลังเข้ามาในบ้านตระกูลฉีแล้วว ฮ่วนเอ๋อก็หันไปกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย
“พวกเราตามพวกมันมาเพื่อรับหินอมตะน่ะ…ก่อนหน้านี้ในเมืองที่ฮ่วนเอ๋อซื้อของเล่นกับของกินมาเยอะแยะ ล้วนต้องใช้หินอมตะทั้งนั้นเลย หากฮ่วนเอ๋อไม่มีหินอมตะ ฮ่วนเอ๋อก็ซื้อของพวกนั้นแถมรับประทานขนมพวกนั้นไม่ได้ด้วย”