เป็นตระกูล ฉี กับตระกูล ลู่
ทั้ง 2 ตระกูลนั้นมีขุมกำลังทัดเทียมกัน เช่นนั้นจึงถ่วงดุลกันมานานนับพันๆปี แม้จะเขม่นกันมากว่าพันปีแล้ว แต่ก็ไม่อาจทำลายอีกฝ่ายได้ สุดท้ายจึงได้แต่อยู่ร่วมกันในเมืองฉีลู่แห่งนี้มานับพันๆปี
“หินอมตะระดับสูงตั้ง 20,000 ก้อน…ไม่ว่าใครก็ต้องหวั่นไหวใช่หรือไม่? หากให้ข้าสัก 2,000 ก้อน ข้ายอมยกเมียน้อยให้คนนึงเลยเอ้า!!”
“ใช่ มากขนาดนี้ใครจะไปอดใจได้ไหว…ข้าเดาว่านางต้องเลิกผ้าปิดหน้าลงแน่!”
“ข้าว่านั่นก็ไม่แน่นักหรอก…ดูบุรุษข้างกายนางก่อนเถอะ สีหน้าพี่แกดุร้ายยิ่ง!”
“ข้าว่ามีเรื่องแน่ๆ…”
…
เหล่าผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนก็สังเกตเห็นสีหน้าของต้วนหลิงเทียน และสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึมครึมชัดเจน
“ให้หินอมตะระดับสูงพวกข้าคนละหมื่นก้อน?”
อยู่ๆต้วนหลิงเทียนที่มองฉีโหยวด้วยสายตาเผยประกายเยียบเย็น ก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชวนให้หนาวสันหลังว่า “ถ้างั้นหากพวกเจ้ายินดีแก้ผ้าแล้วเดินไปบนถนนทุกเส้นของเมืองฉีลู่สักรอบ…ข้าจะให้หินอมตะระดับสูงพวกเจ้าคนละแสนก้อนเอาไหม?”
พร้อมกันกับที่เสียงเย็นชาของต้วนหลิงเทียนดังจบคำ รอยยิ้มที่มุมปากของฉีโหยวก็ชะงักค้าง ลูกตาชายชราทั้ง 2 ที่มองจ้องต้วนหลิงเทียน ยังฉายแววเยียบเย็นออกมาทันใด
โอ!
ด้านเหล่าคนเดินถนน ก็ได้แต่ฮือฮากันใหญ่
“ห๊ะ? อะไรนะ ข้าได้ยินผิดไปหรือไม่?”