หลังได้สติหนากงลี่ก็เริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมรอบกายทันที และมันก็พบว่าตัวเองอยู่บนยอดเขาสูงชันลูกหนึ่ง
‘หาที่ซ่อนก่อน…จากนั้นค่อยส่งข้อความกลับไป ท่านพ่อจะได้ส่งคนมารับข้ากลับเมืองหลวง’
ตอนนี้หนานกงลี่ไม่กล้าเดินทางกลับเมืองหลวงด้วยตัวคนเดียว
ด้วยระดับพลังฝึกปรือของมัน หากมันรีบร้อนกลับเมืองหลวงไปเพียงลำพัง หากเจอโจรร้ายคิดปล้นชิงหรือสัตว์อมตะอะไรขึ้นมา มันก็มีโอกาสตกตายสูงนัก
ดังนั้นมันเลยหาถ้ำในเขาเพื่อซ่อนตัว จากนั้นจึงหยิบยันต์อมตะออกมาจ่ายพลังลงไป ตัวยันต์ก็ส่องสว่างจ้า ก่อนจะกลายเป็นลำแสงพุ่งหายลับขอบฟ้าไปยังทิศทางที่ตั้งเมืองหลวงของประเทศอวิ๋นเหยียน
ในตอนที่ส่งยันต์อมตะกลับไป หนานกงลี่ไม่ใช่แค่บอกให้บิดาส่งคนมารับเท่านั้น มันยังต้องอธิบายลัษณะภูมิประเทศโดยละเอียด เพื่อไม่ให้คนที่มารับหาไม่พบ
ส่วนตอนนี้มันอยู่ทิศไหนมันก็ไม่รู้เลย
อย่างไรก็ตามในตอนที่บิดามันได้รับยันต์อมตะที่มันส่งไป ก็ต้องสมควรเห็นทิศทางที่ยันต์อมตะพุ่งข้ามขอบฟ้ามาแต่แรก มันเชื่อว่าบิดาต้องยืนยันทิศทางได้แน่นอน
เพราะสุดท้ายแล้วยันต์อมตะสื่อสารก็จะเดินทางเป็นเส้นตรง
ในฐานะลูกชายของผู้นำตระกูล ยันต์อมตะสื่อสารที่หนานกงลี่ใช้ ย่อมเป็นยันต์อมตะที่จารึกสร้างขึ้นด้วยพลังของตัวตนขอบเขตยอดเซียนอมตะในตระกูล!
ดังนั้นความเร็วในการพุ่งข้ามฟ้าไปของยันต์อมตะ ก็ไม่ต่างอะไรจากความเร็วในการเหินบินของยอดเซียนอมตะ!