ไม่ใช่เพราะชายชราทั้ง 2 เหินทะยานเข้ามารวดเร็วจนต้วนหลิงเทียนรู้สึกกดดัน
ตัดสินจากความเร็วในการเคลื่อนไหวของชายชราทั้ง 2 แม้พวกมันจะบรรลุถึงต้าหลัวจินเซียนแล้ว ทว่าก็เป็นแค่ต้าหลัวจินเซียนขั้นเหลืองดาษๆ พลังฝีมือยังมิสู้ โจวทง อดีตผู้พิทักษ์อันดับ 1 ของจวนผู้ว่ามณฑลจิ่วโยวที่ตกอยู่ในกำมือต้วนหลิงเทียนอย่างไร้หนทางต่อต้านด้วยซ้ำ
และในอดีตต้วนหลิงเทียนยังสามารถจัดการโจวทงได้…
นับประสาอะไรกับตอนนี้?
ส่วนสาเหตุที่สีหน้าต้วนหลิงเทียนกลายเป็นอึมครึมมืดดำราวจะคั้นได้เป็นหยดน้ำหมึกนั้น เพราะชายหนุ่มในชุดหรูหรานามว่า หนานกงลี่ นั่น…เพียงเอ่ยคำก็บอกว่าจะฆ่าเขา!
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกับอีกฝ่ายไม่ใช่รึไง?
กระทั่งวันนี้ก็พึ่งเคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำไม่ใช่เหรอ?
เมื่อชายชราทั้ง 2 โจนทะยานร่างมาถึงครึ่งทาง พลังเซียนอมตะทั่วร่างต้วนหลิงเทียนก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นมา พร้อมเข่นฆ่าผู้คน!
“พวกเจ้า ไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่าต้วนหลิงเทียน!”
เสียงไพเราะเสนาะหูหนึ่งดังขึ้น แม้ว่ามันจะเย็นชา ทว่ายามเข้าหูต้วนหลิงเทียน ก็ทำให้ต้วนหลิงเทียนเสมือนกำลังได้ยินทำนองอันไพเราะที่สุดในแดนดิน
และชายหนุ่มทั้ง 3 รวมถึงหนานกงลี่ เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว ก็ถึงกับเหม่อไปอยู่บ้าง “คนก็งาม เสียงก็ไพเราะจับใจ…”
“น่าเสียดาย…ที่โฉมงามเช่นนางพวกเราดูได้แต่ตา มือไม่อาจต้อง!”
…