เพราะโอสถหลิวจินนั่น ไม่เพียงแต่จะทำให้เขาทะลวงไปถึงจินเซียนตะวันเขียวได้อย่างราบรื่น หากแต่ผลของมันยังทำให้พลังบ่มเพาะในร่างของเขาเข้าใกล้จินเซียนตะวันน้ำเงินอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ในสถานที่อันไม่คุ้นเคยแบบนี้ แม้ต้วนหลิงเทียนจะตัดสินใจบ่มเพาะพลัง แต่เขาก็ยังคงสติเอาไว้
ตราบใดที่รอบกายปรากฏความเคลื่อนไหวเป็นภัยแม้เพียงเล็กน้อย เขาจะตื่นขึ้นทันที
พื้นที่ลวงตาที่ต้วนหลิงเทียนติดอยู่แห่งนี้ ก็ยังคงเปลี่ยนแปลงฉากเรื่องราวโดยรอบทุกๆ 2-3 วัน
จนกระทั่งครึ่งเดือนต่อมา
ตอนนี้ฉากเรื่องราวกลายเป็นซากปรักหักพังแห่งหนึ่งยามค่ำคืน เหนือฟ้าปรากฏจันทร์กระจ่างทอแสงนวลตา
ซากปรักหักพังทั้งหลายเบื้องล่างมองไปก็เป็นบ้านของผู้คน อีกทั้งกลางซากบ้านจะมีหลุมศพให้เห็น บางหลุมศพก็เรียบง่าย บ้างก็ใหญ่โตโอ่อ่า หากแต่ทุกหลุมศพกลับมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน…
นั่นคือป้ายหลุมศพเป็นเพียงศิลาว่างเปล่า ไม่ได้สลักนามใดๆของผู้ตายเอาไว้
และหลังจากที่ฉากซากปรักหักพังใต้แสงจันทร์แห่งนี้ปรากฏขึ้น แม้วันเวลาจะล่วงเลยผ่านไปอีกหลายวัน แต่มันก็ไม่เคยแปรเปลี่ยนอีกเลย
จวบจนพ้นผ่านไปแรมเดือน มันก็ยังคงอยู่อย่างนี้…
ฟิ้ว….
ทันใดนั้นเอง แว่วเสียงลมหวนหนึ่งพัดผ่านซากปรักหักพัง หอบหิ้วละอองคลีให้ฟุ้งว่อนขึ้นมาเล็กน้อย