และพร้อมกับสายลมเย็นหวิวดังกล่าว พลันปรากฏร่างขาวราวหิมะหนึ่งผุดขึ้นปานภูตผี เบื้องหน้าร่างในชุดสีม่วงที่กำลังนั่งขัดสมาธิกลางหาวเหนือซากปรักหักพัง ดวงตากลมโตสุกใสงามดั่งสารทฤดูกำลังมองด้วยความสนอกสนใจ
ร่างในชุดสีม่วงที่นั่งขัดสมาธิกลางหาวเหนือซากปรักหักพังนั้น แน่นอนว่าเป็นต้วนหลิงเทียนที่กำลังบ่มเพาะพลังอยู่
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้จมจ่อมลงสู่ภวังค์แห่งการบ่มเพาะ
อย่างไรก็ตามแม้จะมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกายปานภูตผี แต่เขาก็กลับไม่รู้สึกตัว! ทำราวกับแต่ต้นจนจบเขาไม่อาจสัมผัสการมาถึงของอีกฝ่ายได้เลย!!
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
หากต้วนหลิงเทียนสัมผัสถึงจิตมุ่งร้ายได้แม้แต่นิดเดียว ป่านนี้เขาคงตื่นขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว เพราะเขาได้ลับสัญชาตญาณระวังภัยเช่นนี้มาเนิ่นนาน…
วันเวลาค่อยๆไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน
ต้วนหลิงเทียนยังคงนั่งบ่มเพาะพลังไม่รู้เรื่องราว
ร่างในชุดขาวราวหิมะ ก็นั่งจ้องมองต้วนหลิงเทียนบ่มเพาะพลังตาแป๋วกกลางอากาศ แน่นิ่งไปไม่ไหวติงเหมือนรูปปั้นขาว
ไม่ทราบผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ว่าเขาห่างจากจินเซียนตะวันน้ำเงินอีกแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น…
หากทว่าครึ่งก้าวนี้กลับยากไปต่อ มันตีบตันยากจะผ่าน
‘พบจุดรอคอยอีกแล้ว…’
ขณะที่ลอบทอดถอนในใจอย่างลับๆ ต้วนหลิงเทียนก็ค่อยๆฟื้นสติ เขาเหยียดแข้งเหยียดขาก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน
วูบ!