“เรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ พวกเราเห็นกันชัดเจนว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย เช่นนั้นอ๋อง 3 ก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษพวกเราหรอก…”
“ถูกแล้วอ๋อง 3 เรื่องในวันนี้ทั้งหมดเป็นเพราะยอดฝีมือจากนิกายสือหังเซียนทั้งสิ้น…ตัวตนระดับยอดฝีมือของนิกายสือหังเซียนลงมือเช่นนี้ วังฉินท่านจะรับมือไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะกระทั่งประเทศอมตะยังไม่มีปัญญาจะต่อต้านผู้อื่นเขาเลย…”
“ท่านอ๋อง 3 พลังฝีมือท่านลึกล้ำกว่าพวกเรา ท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าด่านพลังของหญิงชรา ยอดฝีมือนิกายสือหังเซียนนางนั้น ที่แท้บรรลุขอบเขตใด?”
“ท่านอ๋อง 3…ยอดฝีมือนิกายสือหังเซียนผู้นั้น ที่แท้ใช่ขุนนางอมตะหรือไม่?”
…
เหล่าคนจากอัฒจันทร์ที่นั่งพิเศษไม่เพียงแต่จะไม่ถือโทษโกรธเคืองวังฉิน แต่ยังเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นนัก! ทั้งหมดสนใจในด่านพลังฝึกปรือของยอดฝีมือนิกายสือหังเซียนมาก อยากรู้ให้ได้ว่านางบรรลุขอบเขตขีดขั้นอันใด…
“ยอดฝีมือจากนิกายสือหังเซียนผู้นั้น นางมีฐานะเป็นถึงผู้อาวุโสหลักในนิกายสือหังเซียน…และเท่าที่ข้าทราบ ด่านพลังฝึกปรือของชนชั้นอาวุโสหลักของนิกายสือหังเซียน อย่างน้อยๆก็ต้องบรรลุถึงขุนนางอมตะ!!”
เผชิญหน้ากับคำถามด้วยสีหน้าแววตาลุกวาวอยากรู้อยากเห็นของผู้คนทั้งหลาย อ๋อง 3 ก็ได้แต่ระบายลมหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ค่อยกล่าวตอบออกไปเสียงดังฟังชัด
ยอดฝีมือขอบเขตขุนนางอมตะ!!
สิ้นคำกล่าวอ๋อง 3 ผู้คนโดยรอบก็เงียบลงทันที