อ๋องฉินมองหญิงชราหน้าเครียดกล่าวออกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ถึงแม้ข้าจักมิทราบว่าสหายของหลานชายข้าไปทำให้ประมุขนิกายของท่านขุ่นเคืองตรงที่ใด…แต่หากความบาดหมางระหว่างประมุขนิกายของท่านกับสหายของหลานข้าพอจะใช้วิธีอื่นสะสางได้…วังฉินของข้ายินดีกระทำทุกอย่างเพื่อให้ประมุขนิกายของท่านพอใจ!”
‘ประมุขนิกาย?’
ได้ยินคำพูดของอ๋องฉิน ลูกตาต้วนหลิงเทียนก็หดเล็กลงทันที ลอบกล่าวในใจว่า ‘หญิงชรานางนี้เป็นคนของนิกายงั้นเหรอ…แถมฟังจากสิ่งที่อ๋องฉินพูด ดูเหมือนคนที่อยากให้ข้าตายจริงๆ ที่แท้กลับเป็นประมุขนิกายของนางไม่ใช่ตัวนางเอง?’
“เจ้าหนู…”
หญิงชราไม่ได้สนใจอะไรอ๋องฉิน เพียงหันไปมองฉินอวี่และพูดว่า “หากนี่เป็นเรื่องราวความบาดหมางระหว่างข้ากับสหายเจ้า เห็นแก่ใจที่ยอมสละได้กระทั่งชีวิตเพื่อสหายของเจ้า ข้าอาจเมตตาละเว้นมันสักครา…”
“แต่ที่ข้ามาเพื่อฆ่ามันคราวนี้…เป็นคำสั่งตรงจากท่านประมุขนิกายสือหังเซียนของข้า!”
“เช่นนั้นวันนี้…จะอย่างไรมันก็ต้องตาย!”
“ไม่มีผู้ใดหยุดข้าได้!”
ขณะกล่าววาจาประโยคท้ายๆ เสียงของหญิงชรายิ่งมาก็ยิ่งเย็นลง เจตนาฆ่าฟันยังเผยออกมาอย่างไม่คิดจะกักเก็บ พาลให้ผู้คนรู้สึกหนาวสะท้ายเหมือนถูกจับไปขังในถ้ำน้ำแข็ง!
‘สือหังเซียน?’