“พอเจ้าเอ่ยถึงข้าจึงนึกได้! ตอนนั้นคล้ายระหว่างนางกับอ๋องฉินจะมองหน้ากันเล็กน้อย หากแต่สุดท้ายก็เป็นหวังฉี่หลิงกล่าวบอกอ๋องฉินว่านางเป็นเพียงคนใบ้หูหนวก อ๋องฉินก็เลยไม่ถือสาหาความอะไรนางสืบต่อ…”
ผางปิงเอ่ย
“หูหนวกเป็นใบ้ เจ้าคิดว่า…อย่างหวังฉี่หลิงนั่น มันจะกล้าผิดเสี่ยงผิดใจกับอ๋องฉินโดยการหาข้ออ้างให้คนนอกหรือไม่? ข้าเชื่อเต็มสิบส่วน…ว่าที่แท้อ๋องฉินเป็นคนจัดแจงเรื่องนี้เอง!”
เจิ้งชิวพูดต่อ
“อ๋องฉินจัดแจงเรื่องนี้เอง?”
ผางปิงงุนงงเล็กน้อย “แล้วไฉนอ๋องฉินต้องทำอย่างนั้นด้วยเล่า?”
“ที่อ๋องฉินทำแบบนั้น สิบในสิบสมควรรู้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งว่าพลังฝีมือของหญยิงชรานี้สูงล้ำกว่า ไม่ก็ล่วงรู้ฐานะความเป็นมาของนางแต่แรก จึงรู้ว่านางเป็นตัวตนที่ไม่อาจล่วงเกินได้…เช่นนั้นจึงสังให้หวังฉี่หลิงกล่าวอ้างไปตามนั้น เพื่อหาทางลงให้ตัวเอง…”
“เพราะอย่างไรเสีย ด้วยฐานะอ๋องฉินแล้วย่อมไม่อาจอ่อนข้อให้ผู้ใดต่อหน้าข้าราชบริพาร”
ขณะกล่าวสองตาเจิ้งชิวก็ทอประกายสว่างขึ้นมา คล้ายมันมองเห็นถึงลับลมคมในอะไรบางอย่างระหว่างอ๋องฉินกับหญิงชรา
“เช่นนั้นกล่าวได้ว่า…ถึงหญิงชรานั่นจะฆ่าท่านผู้ว่าของเรา ท่านอ๋องฉินก็ไม่คิดว่าอะไรนางงั้นหรือ?”
ขณะกล่าวผางปิงก็เงยหน้าขึ้นไปมองผ้าม่านที่บดบังเรื่องราวในชั้นลอย…
ด้านหลังม่าน