นและสิ่งที่ฉันต้องการแล้ว งั้นฉันขอตัวนะคะ” เฝ่ยไป๋ลู่รับเงินมาแล้ว และไม่สนใจบรรยากาศครื้นเครงในงานเลี้ยงมากนัก เธอจึงปฏิเสธความพยายามของพ่อลูกตระกูลเวินที่อยากจะให้เธออยู่ต่อ
พ่อเวินมองกองเครื่องรางในมือแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
เขาอดไม่ได้ที่จะจูบยันต์ ‘ม้วฟ ๆ’ สองสามครั้ง “นี่เป็นสมบัติที่ดี ถ้าพกติดตัวไว้ ในอนาคตพวกตัวประหลาดทุกชนิดจะไม่กล้ามายุ่งกับลูก พ่อจะส่งบางส่วนไปให้คุณชายสามเวินด้วย ถ้าอาจารย์เฝ่ยเป็นคนทำรับรองว่าเชื่อถือได้แน่”
เวินโจวมองเครื่องรางแล้วก็นึกถึงงูตัวน้อยที่ถูกละเลย เขากำลังจะเรียกเฝ่ยไป๋ลู่ แต่เมื่อเขากวาดมองอีกครั้งเจ้างูตัวน้อยก็หายไปแล้ว
ถึงเฝ่ยไป๋ลู่จะปฏิเสธ แต่ใคร ๆ ก็เห็นว่างูวิญญาณมีความใกล้ชิดกับเธอ
อีกด้านหนึ่ง เฝ่ยไป๋ลู่หยิกหลังคองูน้อยแล้วยกขึน ก่อนจะจ้องมองมันอยู่สักพัก แล้วเธอก็รู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่ามันไม่รู้สึกระคายผิวสักนิด
เฝ่ยไป๋ลู่แสดงสีหน้ารังเกียจและกล่าวว่า “ของสกปรกอะไรก็กินหมด ไม่กลัวอาหารไม่ย่อยหรือไง พอกลับบ้านฉันจะแปรงฟันให้ก็แล้วกัน”
“ฟ่อ!” เข้าใจแล้ว! …เจ้างูตัวน้อยสิ้นหวังหนัก เจ้าของมันช่างเป็นพวกหวาดกลัวเชื้อโรคเข้าขั้นโรคจิตจริง ๆ น่าเหนื่อยใจมาก
มีใครเคยเห็นงูที่ต้องแปรงฟันบ้างไหม?
ฉันต้องแปรงมันสามครั้งเลยนะ!
อ๋อย~ นี่มันรังแกงูกันชัด ๆ
แต่จะว่าไป… หนอนอ้วนนี่อร่อยดีจัง ถ้าได้กินหนอนแม่ตัวใหญ่ด้วยคงจะดีไม่น้อย
งูตัวน้อยเ