ด้วยมันรู้สึกว่างานนี้มันชนะใสๆ เช่นนั้นแล้วเพื่อชิงหินอมตะระดับสูง 50,000 ก้อนที่ต้วนหลิงเทียนฉกไป จะให้มันแทงพนันปากเปล่าด้วยหินอมตะระดับสูง 500,000 ก้อนแล้วจะอย่างไร?
ตอนนี้โจวอันก็ไม่ทันได้คิดเลย
ว่าคนในชุดคลุมลมสีดำเบื้องหน้าได้ลวงให้มันก้าวเข้ามาทีละก้าวๆ
มันยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ว่าตอนนี้มันได้ถลำลึกเข้ามาติดบ่วงอีกฝ่ายอย่างยากจะถอนตัวแล้ว
“อ่อ นอกจากนี้…ข้ายังมีเงื่อนไขอีกอย่าง”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“พูด!”
โจวอันขมวดคิ้วกล่าวออกด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“เจ้าต้องไปเชิญท่านอ๋อง 3 ให้มาเป็นสักขีพยานการเดิมพันระหว่างเราครั้งนี้ด้วย…เพราะสุดท้ายแล้วด้วยความไร้ยางอายของเจ้า ข้ากลัวจริงๆว่าพอเจ้าแพ้เจ้าจะกลับคำพูดแล้วเบี้ยวหนี้ข้า!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวระบุเงื่อนไขออกมาเสียงหนัก
“เจ้า….”
พอได้ฟังต้วนหลิงเทียนเอ่ยว่ามันซึ่งๆหน้าว่าไร้ยางอาย ทั้งกล่าวทำนองว่ามันจะเบี้ยวเงินพนันหากแพ้ มันก็มีโมโหไม่น้อย
“เอาล่ะ ข้าสามารถเป็นสักขีพยานให้กับการเดิมพันของพวกเจ้า!”
ตอนนี้เอง อ๋อง 3 ก็เหินลอดผ้าม่านออกมาอีกรอบ มาหยุดลอยและมองจ้องต้วนหลิงเทียนตาเขม็ง
ด้วยมันเองก็คิดไม่ออกจริงๆ
ว่าไฉนปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับต่ำผู้นี้ ถึงต้องลำบากให้มันออกมาเป็นสักขีพยานด้วย
อีกฝ่ายมองไม่ออกจริงๆหรือว่าการเดิมพันครั้งนี้อย่างไรโจวอันก็ต้องชนะ?