แม้แต่รองเจ้าสำนักราชันพิษอย่างโจวอันก็ไม่เว้น
ส่วนทางด้านอัฒจันทร์ที่นั่งของเหล่าผู้คนจาก 16 มณฑลและอัฒจันทร์ที่นั่งสำหรับบุคคลพิเศษอีกฟากนั้น ล้วนยังคงจับจ้องการประลองระหว่างหยางจิ้นกับฉู่เหยียนกลางหาวไม่วางตา
เลยไม่ทันมีใครสังเกตเห็นความวุ่นวายของอัฒจันทร์ฟากนี้…
“อันที่จริงข้าก็แค่เดาไปเรื่อย…”
โดนอ๋อง 3 กล่าวถามเชิงไต่สวนแบบนี้ ต้วนหลิงเทียนก็เพียงกล่าวตอบออกมาด้วยเสียงชรา “ข้าคิดว่าฉู่เหยียนนั้นสมควรควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า เพราะมันถึงขั้นงำประกายไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อรับชื่อเสียงอันใดมานาน จนเมื่อการประลอง 16 มณฑลถูกจัดขึ้น…ค่อยสำแดงพลังฝีมือไม่ใช่ชั่วจนกลายเป็นม้ามืดไป…”
“จากเรื่องนี้เผยให้เห็นว่าฉู่เหยียนนั้นเป็นคนใจเย็นเพียงใด”
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ปิดซ่อนอะไร เพียงกล่าวความเห็นของเขาออกไปตามตรง
“ดูเหมือน…จะเป็นอย่างที่ท่านว่าจริงๆ”
หลังได้ยินคำพูดของต้วนหลิงเทียน อ๋อง 3 ก็ผงะนิ่งคิดไปพักหนึ่ง พอรู้สึกตัวแล้วก็พยักหน้ารับ ด้วยรู้สึกว่าคำพูดของต้วนหลิงเทียนนั้น มันไม่อาจกล่าวแย้งได้เลย…
ถ้าพิจารณาจากเรื่องราวในอดีต ฉู่เหยียนที่เพิกเฉยลาภยศสรรเสริญ กับหยางจิ้นที่อยู่ท่ามกลางแสงไฟ ฉู่เหยียนนับว่านิ่งกว่าจริงๆ…
แต่แน่นอนว่าเรื่องเพียงเท่านี้ยังไม่มากพอจะตัดสินว่าฉู่เหยียนนั้นใจเย็นกว่าหยางจิ้นจริงๆ และหยางจิ้นเป็นคนใจร้อนกว่า…
“ฮ่าๆๆๆ…!!”