เอ่ยอีกครั้งเสียงของต้วนหลิงเทียนก็แฝงความเย้ยหยันไว้หลายส่วน
“จะพนันอันใด?”
โดนต้วนหลิงเทียนท้าซึ่งๆหน้าแบบนี้ สีหน้าโจวอันเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นราวมีม่านน้ำแข็งฉาบ มันมองมาตาขวาง พลสงกล่าวถามเสียงเข้ม
“ก็แค่พนันกันว่า…ฉู่เหยียนจะเป็นผู้ชนะครั้งนี้อย่างที่ข้าพูดจริงหรือไม่”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
หลังจากนั้น ไม่รอให้โจวอันพูดอะไร ต้วนหลิงเทียนก็พูดดักคอมันเอาไว้ก่อน “เป็นธรรมดาที่ข้ารู้ดีว่าในใจเจ้ากำลังคิดว่าอย่างไรฉู่เหยียนก็ยังมีโอกาสชนะอยู่ครึ่งหนึ่ง…และการมาพนันกับข้าแบบนี้ ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่าการวัดดวง ทว่าข้าจะบอกอัตราเดิมพันให้เจ้าพอใจเป็นอย่างไร?”
“หากหยางจิ้นชนะ…ข้าจะมอบหินอมตะระดับสูงให้เจ้าแสนก้อน แต่ถ้าฉู่เหยียนชนะ เจ้าจ่ายข้ามา 50,000 หินอมตะระดับสูงก็พอ!”
หลังจากเอ่ยราคาพนันออกไปตรงๆแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงท้าทายแหบแห้ง แฝงถึงความดูแคลนประการหนึ่ง “ว่าอย่างไรเล่า? การพนันครานี้รองเจ้าสำนักราชันพิษ โจวอัน ใช่หาญกล้าเล่นกับข้าสักคราหรือไม่ หากไม่กล้าก็แค่บอก?”
ฟืด! ฟืด! ฟืด! ฟืด! ฟืด!
…
แทบจะทันทีที่ต้วนหลิงเทียนเอ่ยท้าจบคำ ทั่วอัฒจันทร์ที่นั่งสำหรับบุคคลพิเศษก็บังเกิดเสียงสูดอากาศเข้าดังฟืด!
หลายคนอดไม่ได้ที่จะผวา
ครู่ต่อมา…