“ปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับต่ำของนิกายมังกรบินผู้นี้ เสียสติไปแล้วหรือไรถึงได้ไปเดิมพันอะไรสิ้นคิดเช่นนั้น…ราคาพนันขนาดนี้มันจะไม่เสียเปรียบไปหน่อยหรือ?”
“ตอนนี้เท่าที่ดูหยางจิ้นกับฉู่เหยียนก็สูสีก้ำกึ่งยากรู้แพ้รู้ชนะ เช่นนั้นให้กล่าวว่าผลลัพธ์ของพวกมัน 50-50 ก็ไม่เกินเลย…กระทั่งยังมีโอกาสไม่น้อยที่ผลจะออกมาเป็นเสมอ”
“ช้าก่อน มิใช่การประลอง 16 มณฑลจำต้องมีผู้ชนะเท่านั้น มิมีคำว่าเสมอหรอกหรือ?”
“อ่าจริงสิ ข้าพเจ้าเกือบลืมไปแล้วเชียว…เห็นว่าหากประลองกันแล้วมิรู้แพ้รู้ชนะจริงๆ หลังประลองกันนานเกินชั่วยาม ยอดฝีมือของวังฉินจักทำการแผ่แรงกดดันพลังเข้าใส่ทั้งคู่….ให้ประลองกันท่ามกลางแรงกดดัน!”
“ประลองกันท่ามกลางแรงกดดันหรือ? นับว่าสิ้นเปลืองจิตสมาธิมากทีเดียว เพราะถึงแม้จะเผชิญหน้ากับแรงกดดันเหมือนๆกัน แต่ทว่าคนเราย่อมรับมือกับแรงกดดันได้ต่างกัน…ถึงตอนนั้นผู้ใดสูงผู้ใดต่ำคงตัดสินได้ไม่ยาก!”
…
เหล่าคนในอัฒจันทร์ที่นั่งสำหรับบุคคลพิเศษพอฟื้นสติ ก็เริ่มถกกันถึงเรื่องนี้
ผู้ชมจำนนมากรู้สึกว่าต้วนหลิงเทียนหาเรื่องเสียเปรียบโดยแท้ เพราะราคาเดิมพันนั้นมันห่างกันเท่าตัว
“หินอมตะระดับสูงแสนก้อน?”
โจวอันที่พึ่งได้สติ ถึงกับมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาร้อนแรงถามออกเสียงหนักว่า “เจ้าพูดจริงหรือ…หากการประลองครานี้จบลงที่หยางจิ้นชนะ…เจ้าจะให้หินอมตะระดับสูงกับข้าแสนก้อน?”
“ใช่”