สองตาใต้คลุมดำของต้วนหลิงเทียนทอแสงจ้าขึ้นวาบหนึ่ง มองจ้องร่างชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีม่วงทองบนเกี้ยวด้วยความสนใจ
ชายวัยกลางคนผู้นี้หน้าตาแลดูองอาจ ร่างสูงใหญ่ เพียงแค่นั่งเฉยๆก็ให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม ยังมีแรงกดดันไร้สภาพประการหนึ่ง สะกดให้ทุกคนในเขตเวทีประลองของวังฉินรู้สึกยำเกรง
เรียกว่าต่อหน้าแรงกดดันไร้สภาพที่แผ่ออกมาจากร่างชายวัยกลางคนอย่างเป็นธรรมชาติผู้นี้ แรงกดดันของเหล่าผู้ว่าการมณฑลทั้งหลาย ช่างอ่อนด้อยจนไม่คู่ควรให้กล่าวถึง
อยู่กันคนละระดับอย่างสิ้นเชิง!
“เป็นอ๋องฉิน!”
“อ๋องฉินเสด็จแล้ว!!”
…
หลังได้เห็นเกวียนอันมีม้าสีขาวปลอดทั้ง 9 แบกหามมาถึง และหนึ่งร่างที่นั่งอยู่บนนั้น เหล่าคนในเวทีประลองก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกันยกใหญ่
“คารวะอ๋องฉิน!”
“คารวะอ๋องฉิน!”
…
ราวกับนัดกันมาตั้งแต่เมื่อวาน เหล่าผู้ว่าการมณฑลทั้ง 16 มณฑลพร้อมใจกันลุกขึ้นประสานมือโค้งหัวคารวะด้วยท่าทางมากเคารพออกไปเร็วไว
และต่อมาเหลาบรรดาแขกที่ได้รับเชิญบริเวณอัฒจันทร์ที่นั่งบุคคลพิเศษรวมถึงผู้ชมโดยรอบ ก็ลุกขึ้นประสานมือคารวะเช่นกัน “คารวะอ๋องฉิน”
กระทั่งต้วนหลิงเทียนเอง ก็ประสานมือพลางโค้งเบาๆตามน้ำไปไม่ให้เป็นจุดเด่น
หากจะถามว่าในที่นี้ยังมีใครที่ไม่แยแสการปรากฏตัวของอ๋องฉิน ก็เห็นทีจะมีแต่ร่างในชุดคลุมสีเทา ที่นั่งอยู่ไม่ห่าง หวังฉี่หลิงผู้ว่าการมณฑลผิงชานคนเดียวเท่านั้น
“หืม?”