สีหน้าแต่เดิมที่เคยสงบ บัดนี้เผยให้เห็นความตกใจระคนตะลึงปานพึ่งเห็นผีกลางวันแสกๆ
“ประทับโลหิตฟ้าร่ายรำ!”
“นั่นคือ ประทับโลหิตฟ้าร่ายรำ!!”
…
ในขณะที่เถียนจี้หวี่กำลังมองฉินอวี่ด้วยความตกตะลึงปานเห็นผี เหล่าผู้ว่าอีก 15 มณฑลที่เหลือก็มีอาการไม่ต่างจากเถียนจี้หวี่สักเท่าไหร่ บางคนถึงกับโพล่งคำออกมาอย่างแตกตื่น
“ประทับโลหิตฟ้าร่ายรำ…นั่นมิใช่เวทย์พลังสนับสนุนระดับลี้ลับที่จะฝึกปรือได้ก็ต่อเมื่อมีสายเลือดของพระราชวังฉินหรือไร?”
“เจ้าหนุ่มจากมณฑลจิ่วโยวนี่ไฉนใช้เวทย์พลังเฉพาะของพระราชวังฉินได้ มันไปขโมยมาจากที่ใดกัน?”
“ไม่ว่าจะขโมยก็ดี หรือลักลอบฝึกปรือเวทย์พลังสนับสนุนระดับลี้ลับเฉพาะของพระราชวังฉินก็ดี…นี่นับเป็นอาชญากรรมใหญ่หลวงนัก!!”
…
เหล่าผู้ว่าการมณฑลทั้งหลาย ไม่เว้นอาวุโสหลายต่อหลายคนพากันซุบซิบกล่าวคำกันดังระงม
ในวาจาคล้ายพวกมันตัดสินไปแล้ว ว่าฉินอวี่ถ้าไม่ลักลอบฝึกปรือก็ต้องขโมยเวทย์พลังสนับสนุนระดับลี้ลับนี้มาแน่
“ประทับโลหิตฟ้าร่ายรำ!!”
ในที่นั่งพิเศษสำหรับบุคคลสำคัญ เบื้องหลังม่านผ้าบาง ตอนนี้อ๋อง 3 ที่พึ่งนั่งลงได้ไม่ทันไร จำต้องลุกพรวดขึ้นมายืนอีกครั้ง “หนุ่ม…หนุ่มน้อยนั่นต้องเป็นลูกชายของน้อง 4 แน่…น้อง 4 …น้อง 4 มีทายาทแล้ว!!”
“เมิ่งผิงพาฉินอวี่มาพบข้า!”