“นั่นเป็นเรื่องธรรมดา…และข้าคิดว่าไม่ได้มีแต่ข้าเท่านั้น กระทั่งผู้ว่าของอีก 14 มณฑลที่เหลือ ข้าก็เชื่อว่าไม่มีผู้ใดที่ไม่สนใจเรื่องต้วนหลิงเทียน แม้แต่ฮ่องเต้ฉินของพระราชวังฉินยังกล่าวถามเรื่องต้วนหลิงเทียนอยู่บ่อยครั้ง…”
กล่าวถึงประโยคท้าย แววตาของหวังฉี่หลิงแลดูลึกล้ำนัก ความอิจฉาฉายออกมาไม่ขาด
“ผู้ว่าเถียน ข้าถามท่านตรงๆเถอะ…ต้วนหลิงเทียนใช่อยู่ที่นี่แล้วหรือไม่?”
หวังฉี่หลิงกล่าวถามอีกครั้ง
มันไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าขณะเอ่ยถามออกไป น้ำเสียงของมันฟังดูรีบเร่งไม่น้อย ทำราวกับมันร้อนใจอยากรู้ให้ได้…ว่าที่แท้ต้วนหลิงเทียนมาแล้วหรือไม่!
“ผู้ว่าหวัง…ไม่ใช่ท่านพึ่งกล่าวเองหรอกหรือ ว่าต้วนหลิงเทียนอาจตกตายด้านนอก?”
เถียนจี้หวี่เอ่ยถามเสียงเบา
“ฮาย นั่นข้าเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น”
ได้ยินคำถามของเถียนจี้หวี่ หวังฉี่หลิงถึงกับสะอึกไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแหยๆ
“หากท่านผู้ว่าหวังอยากรู้ว่าต้วนหลิงเทียนอยู่ที่นี่หรือไม่…ใยท่านต้องรีบร้อนด้วยเล่า ประเดี๋ยวพอถึงตอนบ่าย 10 อันดับแรกที่ถูกตัดสินชั่วคราว ก็จะประชันกันเพื่อหา 3 อันดับแรกอยู่ดี…”
เถียนจี้หวี่กล่าวออกเสียงเรียบ “ต้วนหลิงเทียนบางทีอาจไม่มา แต่ถ้ามาเดี๋ยวท่านก็ได้เห็นเองในการประลองช่วงบ่าย”
“จะว่าไป…ข้ารู้สึกเหมือนผู้ว่าหวัง ไฉนคล้ายไม่อยากให้ต้วนหลิงเทียนปรากกฏตัวนักเล่า?”