ทั้งหมดเป็นเพราะ เมืองอันเป็นที่ตั้งของพระราชวังฉินแห่งนี้มีกฏตราไว้ชัดเจนน ว่าผู้ใดที่คิดผ่านเข้าออกเมืองนั้น ไม่ได้รับอรุญาตให้ใช้การสัญจรทางอากาศ จำต้องปฏิบัติตามกฏ ผ่านเข้าออกกบนผืนดินผ่านประตูทั้ง 4 ทิศ! เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจตราและดูแลความเป็นระเบียบ
ในเมื่อเป็นเมืองอันใหญ่โต ผู้คนย่อมมากมายสุดจะนับ
และยิ่งมีผู้คนมากมายเท่าใด ก็ย่อมมีความวุ่นวามติดตามมา
เช่นนั้นแล้วเพื่อรักษาความสงบ และให้แลดูเป็นระเบียบเรียบร้อยพระราชวังฉินจึงได้ตรากฏดังกล่าวขึ้นมา
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
สำเนียงเสียงหวิวแหวกลมดังขึ้นระรัว ปรากฏร่างกลุ่มคน 2 กลุ่มเหินมาจากคนละทิศทางไกลตา ดูเหมือนทั้งงสองกลุ่มจะมุ่งมายังหน้าประตูเมืองทิศตะวันออกของเมืองพระราชวังฉินเหมือนกัน และนับคร่าวๆแล้ว แต่ละกลุ่มก็มีคนราวสามสิบเศษๆ
ทั้งสองกลุ่มมีชายในรูปลักษณ์วัยกลางคนเหินนำมา อีกทั้งแต่ละคนก็แลดูมากสง่าราศี มีอำนาจบารมีไม่ใช่ชั่ว เห็นชัดว่าล้วนเป็นชนชั้นเจ้าคนนายคนมานาน
พอบรรลุถึงน่านฟ้าเบื้องหน้าประตูเมืองทิศตะวันออก แต่ละคนก็นำคนของกลุ่มตัวเองโรยร่างลงพื้นทันที
พวกมันย่อมไม่กล้าฝ่าฝืนกฏที่เมืองพระราชวังฉินตั้งไว้
“ผู้ว่าเถียน ช่างบังเอิญจริงๆ ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะได้เจอกันหน้าประตูเมืองพระราชวังฉินแบบนี้”
ชายวัยกลางคนที่นำมาผู้หนึ่ง เอ่ยทักชายวัยกลางคนที่นำกลุ่มคนอีกกลุ่ม