วันนั้นพลังฝีมือที่มู่หรงปิงเผยออกก็สูงส่งสุดที่ตัวเขาจะหยั่งถึง
ยิ่งไปกว่านั้นพื้นเพความเป็นมาของมู่หรงปิงก็หาได้ง่ายดายไม่ สมควรเป็นนิกายที่ทรงพลัง และมียอดสมบัติสวรรค์ระดับสูงเป็นสมบัติประจำนิกาย
และหากหญิงชรานั่นมาเพราะเกี่ยวพันกับเรื่องมู่หรงปิงจริงๆ เห็นได้ชัดว่านางสมควรมาจากขุมพลังระดับนั้นด้วย
และไม่ว่าจะมาจากนิกายอะไร ที่รู้ๆคือขุมพลังระดับนั้นไม่เห็นพระราชวังฉินอยู่ในสายตาแน่นอน!
…
วันเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไป ฉับไวเหมือนโกหก…
การประลอง 16 มณฑลที่พระราชวังฉิน ก็ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นเต็มที
คำว่าพระราชวังฉินนั้น ไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนชื่อเรียกหาขุมพลังหรือมหาอำนาจเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของสิ่งที่มีพลังอำนาจปกครองทั่วทั้ง 16 มณฑลอีกด้วย
พระราชวังฉินที่ว่า อยู่ใจกลางเมืองอันตั้งอยู่บนพื้นที่ราบทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดไพศาล มองจากไกลๆเสมือนสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์ตัวเขื่องกำลังหมอบฟุบบนทุ่งหญ้าไม่ไหวติง นอนหลับพักผ่อน
และสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์ตัวนี้ก็อ้าปากมหึมา 4 ปากค้างไว้ บ้างกลืนกินบ้างคายผู้คนทั้งหลายไม่หยุด
เหนือสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์ตัวเขื่อง ไม่ปรากฏผู้ใดเหินร่างสัญจรผ่านไปมาทั้งสิ้น