จังหวะนี้เถียนจี้หวี่ได้แต่ลอบภาวนาในใจ ว่าสตรีชราแสนน่ากลัวนั่นจะไม่มาปรากฏตัวในวันงานประลอง 16 มณฑล
เพราะวันนั้นต้วนหลิงเทียนเองก็สมควรอยู่ที่พระราชวังฉินเช่นกัน
…
ด้านต้วนหลิงเทียนในตอนนี้ก็ไม่ได้รู้เลย ว่าถ้าหากเขาออกจากเมืองประจำมณฑลจิ่วโยวล่าช้าไปแค่ 3 วัน ป่านนี้เขาได้เป็นผีโง่งมเพราะสตรีชราไปแล้วแน่นอน…
และตั้งแต่ที่ออกจากเมืองประจำมณฑลจิ่วโยวเมื่อ 3 วันก่อน ต้วนหลิงเทียนที่ไม่รู้จะไปไหน ก็เลือกที่จะมุ่งหน้าขึ้นเหนือหมายไปยังเมืองเฉวี่ยโยว เพื่อพบหน้าหลิ่วเฟิงกู่ เจ้าเมืองเฉวี่ยโยวอีกครั้งก่อนจะออกจากมณฑลจิ่วโยว
แม้ระหว่างเขากับหลิ่วเฟิงกู่จะไม่ได้มีมิตรภาพลึกกล้ำอะไร อย่างไรก็ตามหลิ่วเฟิงกู่ได้ช่วยเหลือเขาเกินข้อตกลงในอดีต และบอกเบาะแสเพลิงอมตะให้เขามา เลยทำให้เขาได้ประโยชน์มาอย่างไม่คาดคิด
ดังนั้นไปหาหลิ่วเฟิงกู่ครานี้ ก็เพื่อขอบคุณอีกครั้ง ยังจะมอบหินอมตะระดับสูงรวมถึงโอสถเสริมวิญญาณไว้ให้หลิวเฟิ่งกู่จำนวนหนึ่ง
เพราะสำหรับเขาในตอนนี้ไม่ว่าจะโอสถเสริมวิญญาณก็ดี หินอมตะระดับสูงก็ดี เขาจะผลิตมันตอนไหนก็ได้…
แต่กับหลิ่วเฟิงกู่แล้ว นี่คือของล้ำค่าอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
‘ข้าต้วนหลิงเทียนไม่ชอบติดค้างผู้ใด…ก่อนออกจากมณฑลจิ่วโยว หินอมตะระดับสูงกับโอสถเสริมวิญญาณก็ถือว่าเป็นการตอบแทนเรื่องเบาะแสเพลิงอมตะสีเทา’
‘บางที…วันหน้าคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว’