ต้วนหลิงเทียนได้หอบความคิดดังกล่าวเดินทางไปยังเมืองเฉวี่ยโยว และไม่นานก็บรรลุถึงจวนเจ้าเมืองเฉวี่ยโยว
“ต้วนหลิงเทียน?!”
สิ่งที่ทำให้ต้วนหลิงเทียนต้องประหลาดใจก็คือ พอได้เห็นหน้าเขา หลิ่วเฟิงกู่ก็เผยทีท่ายินดีทั้งมีความสุข “เจ้า…เจ้า…ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ทำราวกับการได้เห็นต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นยินดีนัก
“หืม?”
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็มองเห็นความรู้สึกผิดในแววตาของหลิ่วเฟิ่งกู่ ทำราวกับอีกฝ่ายบังเกิดความละอายใจต่อตัวเขาอย่างไรชอบกล
“เจ้าเมืองหลิ่ว…ท่านเป็นอะไรไป?”
ต้วนหลิงเทียนได้แต่ฉงนใจ ว่าทำไมเห็นเขาอีกครั้งหลิ่วเฟิงกู่ถึงได้แลดูตื่นเต้นยินดีนัก
กระทั่งไฉนยังทำเหมือนรู้สึกผิดต่อเขา?
“ต้วนหลิงเทียน อภัยให้ข้าด้วย…ข้าเองก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน”
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนคล้ายยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น หลิ่วเฟิงกู่ก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างทอดถอน จากนั้นก็เริ่มเล่ารายละเอียดให้ต้วนหลิงเทียนฟัง
“เมื่อไม่กี่วันก่อนมีสตรีชรานางหนึ่งบุกมาเรียกหาเจ้าห้วนๆเหนือจวน สุดท้ายก็คาดคั้นเอาจากข้าว่าเจ้าไปที่ใด”
“ด้วยความที่นางเอาชีวิตคนในจวนเจ้าเมือง รวมถึงชีวิตคนในกองทัพมังกรดำมาข่มขู่…ข้าจึงไร้ทางเลือก ได้แต่บอกนางไปแต่โดยดีว่าเจ้าเดินทางไปเมืองประจำมณฑลจิ่วโยวแล้ว อีกทั้งถึงตอนนั้นให้ข้าโกหกนางไป ไม่พ้นนางก็ต้องได้ยินข่าวลือเรื่องเจ้าจนรู้เองอยู่ดี”