เหตุผลที่มันคิดแบบนั้น เพราะเห็นว่ากระทั่งผางปิงที่มีพลังฝีมือเหนือกว่ามัน ยังอ่อนด้อยกว่าต้วนหลิงเทียน
“อาวุโสเจิ้งชิว…แล้วทำไมท่านไม่กินโอสถหลิวจินนี่เองเล่า?”
ต้นหลิงเทียนสูดอากาศเข้าลึกๆ ค่อยถามออกมาอย่างอดไม่ได้หลังอารมณ์สงบลง
เจิ้งชิวอย่างไรก็คือ จินเซียนตะวันม่วง หากใช้โอสถหลิวจินแม้จะไม่บรรลุถึงต้าหลัวจินเซียน แต่พลังก็เข้าใกล้ต้าหลัวจินเซียนมากขึ้นเช่นกัน
“ในอดีตข้าเคยรับประทานโอสถหลิวจินไปแล้ว…ถึงจะใช้มันอีกครั้งก็ไม่มีผลอันใด”
เจิ้งชิวส่ายหัวไปมา ค่อยกล่าวว่า “ในอดีตข้าเคยได้รับโอสถหลิววจินมาโดยบังเอิญ 3 เม็ด…ข้าใช้เอง 1 ให้ลูกชายที่เป็นประมุขตระกูลเจิ้งคนปัจจุบันอีก 1…สุดท้ายก็เหลือแค่เม็ดนี้เม็ดเดียว”
“เจ้าจากไปครานี้ เพราะได้หินอมตะระดับสูง 300,000 ก้อนจากตระกูลหลิวกับตระกูลผาง แน่นอนว่าย่อมไม่ขาดหินอมตะอีก…ข้าจึงเหลือแค่โอสถหลิวจินเท่านั้นที่พอจะมอบให้เจ้าได้”
เจิ้งชิวกล่าว
“ขอบคุณมากอาวุโสเจิ้งชิว”
โอสถเจิ้งชิวนั้นยั่วยวนใจเกินไป ต้วนหลิงเทียนย่อมไม่ลีลาบอกปัด คว้าหมับรับมาทันที
หากแต่ในใจเขาเขาจดจำบุญคุณครั้งนี้ของอาวุโสเจิ้งชิวเอาไว้อย่างดี
ตอนนี้เขายังเป็นแค่จินเซียนตะวันเหลืองเท่านั้น หากเขาใช้โอสถหลิวจินเขาย่อมทะลวงถึงจินเซียนตะวันเขียวได้ทันที เรียกว่าย่นระยะเวลาบ่มเพาะไปได้อีกมาก!
“ต้วนหลิงเทียน…”