‘ก่อนหน้านั้น…ไปบอกกล่าวฉินอวี่กับอาวุโสเจิ้งชิวหน่อยดีกว่า’
เมื่อหลอมโอสถเสริมวิญญาณได้สำเร็จเต็มสิบส่วน ต้วนหลิงเทียนก็ไม่คิดหลอมมันต่อแต่อย่างใด เขาเก็บเตาหลอม และเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ จากนั้นค่อยก้าวอาดๆออกจากห้องศิลาบ่มเพาะไป
“ฉินอวี่”
หลังออกจากห้องศิลาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ลอยร่างขึ้นไปอีกชั้น ก่อนจะหยุดเรียกฉินอวี่หน้าประตู
“ต้วนหลิงเทียน!”
และแทบจะทันทีที่ต้วนหลิงเทียนเรียกจบคำ ประตูศิลาก็เปิดออก ปรากฏร่างหนึ่งก้าวออกมาจากห้อง เป็นฉินอวี่ ที่มาจากเมืองเฉวี่ยโยวพร้อมกันกับต้วนหลิงเทียน
พอเห็นต้วนหลิงเทียน ฉินอวี่ก็คลี่ยิ้มเล็กน้อยเอ่ยขึ้นว่า “ต้วนหลิงเทียน สองวันก่อนเจ้าเคลื่อนไหวใหญ่โตไม่น้อยเลยนะ…ถึงกับบุกไปฆ่าอาวุโสสูงตระกูลหลิวคาบ้าน 2 คน!”
“หือ? เจ้าได้ยินแล้วเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้มบางๆ
“ไม่ใช่แค่ข้าหรอกที่ได้ยิน…ตอนนี้ทั้งเมืองประจำมณฑล ลามไปถึงเมืองข้างเคียงรอบๆ ขอเพียงไม่ใช่คนที่ปิดด่านบ่มเพาะอย่างสันโดษ ไม่ว่าใครก็รู้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น”
ฉินอวี่ส่ายหัวไปมา
“ก็นะ”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าอย่างไม่ยี่หระ เขาคิดไว้แล้วแต่แรกแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ เช่นนั้นพอได้ยินฉินอวี่พูดถึงเขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
“ฉินอวี่”
จากนั้นสีหน้าต้วนหลิงเทียนก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง มองกล่าวกับฉินอวี่ว่า “วันนี้ข้าคิดจะออกจากจวนผู้ว่า…หรือบางทีข้าอาจจะออกจากมณฑลจิ่วโยวไปเลย”