ตอนนี้หากมันยังไม่รู้ตัวว่า ‘เตะตอเหล็ก’ เกรงว่าชีวิตที่อยู่มาหลายปีคงไร้ค่าไม่ต่างอะไรกับชีวิตสุนัข!
“หาที่ตาย”
วาจาเสียงเรียบของต้วนหลิงเทียนดังขึ้นเข้าหูผู้ชรา หากทว่าถ้อยคำดังกล่าวเสมือนเสียงกระซิบของยมทูตสำหรับชายชราก็ไม่ปาน พาลให้หน้ามันเปลี่ยนสีไปใหญ่หลวง ปากเริ่มเผยอ คล้ายจะกล่าวคำอะไรด้วยความแตกตื่น….
อนิจจาเพียงปากชายชราเริ่มเผยอออก…
ไม่ทันที่วาจาใดจะได้เอ่ยเอื้อน รังสีกระบี่นับพันที่ปะทุออกมาจากร่างต้วนหลิงเทียน ก็ควบรวมก่อเกิดค่ายกลกระบี่หนึ่ง พุ่งไปปกคลุมร่างชายชราฉับไว! เชือดเฉือนหั่นร่างของมันแหลกเป็นชิ้นๆ สุดท้ายก็กลับกลายเป็นซากเนื้อเลอะเลือน โลหิตสาดกระจายดั่งห่าพิรุณ พร่างพรมหล่นมาเจิ่งนองไปทั่วตรอก…
หลังสะบั้นป่นร่างชายชราจนกลายเป็นซากเนื้อเลอะเลือนแล้ว เพียงหนึ่งห้วงคิดของต้วนหลิงเทียน ค่ายกลกระบี่ดังกล่าวก็อันตรธานสาบสูญไปในอากาศราวกับไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน…
ตุบ!!
หลิวจั่วหลินที่พึ่งจะได้สติฟื้นคืน พอเห็นฉากคนทั้งคนกลายเป็นชิ้นเนื้อราวถูกพายุคมมีดปั่น ทั้งโลหิตที่กระเซ็นเปื้อนไปทั้งตรอก สองขาที่เคยยืนหยัดอย่างห้าวหาญเสมือนอ่อนยวบเป็นน้ำเหลว คนทรุดลงไปคุกเข่าร่างสั่นระริก…
และยิ่งสูดดมได้กลิ่นคาวคลุ้งเสียดจมูก แผ่นหลังจึงรู้สึกเสมือนมีไอเย็นเยียบสายหนึ่งแล่นผ่าน!