ครู่ต่อมาใต้ร่างหลิวจั่วหลินที่ทรุดลงไปคุกเข่าตัวสั่น ก็ปรากฏสายธารเหลืองอ๋อยค่อยๆเจิ่งไหลเป็นทาง ส่งกลิ่นฉุนกึกออกมาคลุกเคล้าไปกับกลิ่นคาวโลหิต บังเกิดเป็นกลิ่นอุบาทว์ไม่ชวนให้สูดดมกลิ่นหนึ่ง มันที่แท้เยี่ยวราดแล้ว!
“เมื่อกี้เจ้าบอกว่า…ไม่ใช่แค่จะรั้งข้าไว้คุย แต่จะตีข้าให้ตายเลยเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนมองไปยังหลิวจั่วหลินด้วยสายตารังเกียจ กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “ตอนนี้ในเมื่อคนของเจ้าก็ตายแล้ว…งั้นเจ้าก็ตามไปให้มันรับใช้ต่อเลยแล้วกัน”
“เจ้า…เจ้า…”
ได้ยินวาจาเฉยเมยของต้วนหลิงเทียน หลิวจั่วหลินที่หวาดกลัวจนตัวสั่นถึงขั้นไม่อาจอั้นปัสสาวะ ก็เร่งเงยหน้าขึ้นมามองต้วนหลิงเทียนด้วยความตื่นตระหนก กล่าวออกเสียงสั่นว่า “เจ้า…เจ้าไม่อาจฆ่าข้า…หากเจ้าฆ่าข้า…ตระกูลหลิวไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่!!”
“บะ…บิดาข้าเป็นผู้นำตระกูลหลิว!!”
ถ้อยคำที่กล่าวออกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือของหลิวจั่วหลิน ได้ยกอ้างบิดาผู้เป็นประมุขตระกูลหลิว อันเป็น 1 ใน 5 ตระกูลใหญ่ของมณฑลจิ่วโยวออกมาคุ้มภัย!
“ตระกูลหลิว?”
ได้ยินคำกล่าวของหลิวจั่วหลิน ต้วนหลิงเทียนก็ฉีกยิ้มออกมาทันที “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมั่นใจตระกูลหลินที่คุ้มกะลาหัวเจ้าอยู่ไม่น้อยเลยนี่…งั้นข้าจะให้โอกาสเจ้ากลับตระกูลหลินแล้วกัน”
วาจาขอต้วนหลิงเทียนพอดังเข้าหูหลิวจั่วหลิน ก็ทำให้มันอึ้งไปแล้วจริงๆ
“เจ้า…เจ้าจะปล่อยข้ากลับบ้านหรือ?”