“ใช่จริงๆด้วย ไฉนมันหน้าตาตื่นขนาดนั้นเล่า…เกิดอะไรขึ้นกัน?”
“ข้าไม่รู้…แต่ไฉนมีกลิ่นฉี่โชยมาหลังมันวิ่งผ่านเช่นนี้เล่า?”
“บัดซบ! กลิ่นเยี่ยวผู้ใดกันเหม็นยิ่ง!!”
…
ทุกที่ทางที่หลิวจั่วหลินวิ่งผ่าน ล้วนบังเกิดเสียงอุทานบ้างก็ด่าทอทำนองดังกล่าวดังขึ้นระงม
และไม่มีใครทันสังเกตเลย ว่าบนฟ้าสูงเหนือศีรษะหลิวจั่วหลิน ก็มีร่างชายหนุ่มในชุดสีม่วงเหาะตามมันไปอย่างไม่รีบไม่ร้อนดั่งเงาตามตัว จนเมื่อติดตามหลิวจั่วหลินมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหลิว ร่างดังกล่าวก็ค่อยๆลดเพดานบินลง
“นายน้อย…ท่าน…เกิดอะไรขึ้นขอรับ?!”
ด้านนอกประตูคฤหาสน์หลังเขื่องสกุลหลิว ยามเฝ้าประตูที่แลเห็นท่าทางสภาพดูไม่ได้ของหลิวจั่วหลิน ทั้งได้กลิ่นปัสสาวะฉุนกึกจากร่างหลิวจั่วหลินก็ถามออกมาด้วยท่าทางตกใจอย่างอดไม่ไหว
นับเป็นครั้งแรกเลยจริงๆที่มันได้เห็นนายน้อยตระกูลหลิว ตกอยู่ในสารรูปน่าสมเพชขนาดนี้
อย่างไรก็ตามหลิวจั่วหลินเมินคำถามยามเฝ้าประตู คนรีบร้อนวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลหลิวอย่างตื่นตระหนก บึ่งตรงไปหาบิดา ผู้นำตระกูลหลิวทันที
“ข้าจะรอพวกเจ้าอยู่หน้าโถงหลักตระกูลหลิว…”
ในขณะที่หลิวจั่วหลินวิ่งมาหาบิดายังโถงหลักตระกูลหลิวด้วยอาการตื่นตระหนก ต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยประโยคดังกล่าวกับมันผ่านพลัง
จังหวะนี้ หลิวจั่วหลินอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัวจับใจ ร่างสั่นระริกไปราวองค์ลง!
‘มัน…มันเป็นผู้ใดกันแน่!?’