ต้วนหลิงเทียนที่ก่อนหน้าเหมือนจะพุ่งเข้าสู่แนวป่านั้น ก็พุ่งภาพลวงของค่ายกลเท่านั้นไม่ได้ชนลำต้นฝ่าดงใบไม้อะไร และในที่สุดก็บรรลุถึงเบื้องหน้าโพรงถ้ำบริเวณเชิงเขา และบริเวณปากโพรงถ้ำยังมีแอ่งน้ำขังส่งกลิ่นเน่าเหม็นไม่กี่แอ่ง
วู้ม!
หลังเหินข้ามแอ่งน้ำขังเข้ามาในโพรงถ้ำแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เร่งเร้าพลังเซียนยอมตะต้นกำเนิดขึ้นมา จนทั่วร่างเปล่งแสงขาวส่องสว่าง ขับไล่ความมืดมิดในถ้ำไปทันใด
ปงงง!
หลังเหินเข้าโพรงถ้ำได้ไม่นาน พอมาถึงจุดที่มีหินงอกหินย้อยแลดูธรรมดาหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนที่มองนับจำนวนแท่งหินย้อยอยู่สักพัก ก็มองไปยังผนังโพรงถ้ำด้านหนึ่ง ค่อยซัดฝ่ามือไปยังผนังโพรงถ้ำที่ว่าทันใด!
และทันใดนั้นเอง!
ปงงง!!
ตึง แกร่ก แกร่กก…
…
เมื่อพลังฝ่ามือซัดปะทะผนังโพรงถ้ำที่ว่า ผนังโพรงถ้ำก็เริ่มพังทลายเผยให้เห็นช่องทางสายหนึ่ง ที่ทอดตัวลึกลงไปที่ใดไม่ทราบ ทว่าช่างมืดดำจนไม่อาจแลเห็นแม้แต่นิ้วมือทั้ง 5 ประหนึ่งมันคือปากของอสูรกายน่ากลัวที่อ้าออกรอเหยื่อ…
‘จากที่เจ้าเมืองหลิ่วบอก ช่องทางเดินนี่มันทอดยาวลึกลงไปใต้โลก และเพลิงอมตะที่ว่าก็อยู่ที่ปลายทาง!’
สองตาต้วนหลิงเทียนทอประกายจ้า ร่างพุ่งวูบเข้าช่องทางมืดสนิทนั่นทันที
พอเขาเข้ามาแสงจากพลังทั่วร่างก็ทำให้ช่องทางเริ่มสว่างไสว
ต้วนหลิงเทียนตอนนี้ คนคล้ายไข่มุกราตรีก็ไม่ปาน เปล่งแสงสว่างขับไล่ความมืดมิดโดยรอบให้หายไป…