ระหว่างเดินทางลงลึกไปยังใต้ดิน เขาก็ไม่พบเจออุปสรรคหรือสิ่งมีชีวิตใดเข้ามาขัดขวาง
เพราะสุดท้ายแล้วเพลิงอมตะก็ไม่ใช่สิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้น มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไหนเลยจะมีด่านทดสอบอะไร เช่นนั้นต้วนหลิงเทียนที่เดินลึกลงมาในช่องทางอันเงียบสงัดราวๆครึ่งชั่วยาม ก็มาถึงสุดทาง…
“ถึงแล้ว”
มองไปยังแสงสีเทาสลัวๆที่เรือรองอยู่ที่สุดทางเบื้องหน้าไกลๆ สองตาต้วนหลิงเทียนก็ทอประกายจ้า ยังสว่างไสวงดงามราวดวงดาวกลางฟ้ายามค่ำคืน
ก่อนที่ต้วนหลิงเทียนจะมาถึงที่นี่เขาก็ได้ยินหลิ่วเฟิงกู่บอกไว้แต่แรก
ว่าเพลิงอมตะที่นี่ มีสีเทา!
ส่วนมันจะเป็นเพลิงอมตะสำหรับหลอมปรุงโอสถหรือหลอมสร้างอุปกรณ์นั้น หลิ่วเฟิงกู่ก็ไม่รู้เหมือนกัน…
ตูม!
พอเห็นแสงสีเทาสลัวสุดทาง ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ว่ามาถึงที่หมายแล้ว เท้าย่ำลงพื้นอย่างแรงส่งร่างให้พุ่งทะยานไปยังแสงเทาสลัวดังกล่าวทันที!
เมื่อมาถึงสุดทาง ต้วนหลิงเทียนก็พบโถงถ้ำอันกว้างใหญ่ไพศาล!
ภายในถ้ำอันกว้างใหญ่แห่งนี้ปรากฏเศษหินมากมายลอยล่องอยู่ในถ้ำราวไร้น้ำหนัก บ้างก้อนเล็กเท่าเม็ดข้าวบ้างก้อนใหญ่เท่าเตียง ทั้งหมดล่องลอยในความว่างเปล่าดั่งสายธารฝุ่นดิน
ที่ลอยล่องอยู่มากที่สุดก็คือทรายและก้อนกรวดขนาดเล็ก
หิน กรวด ทราย
นี่เป็นความคิดแรกของต้วนหลิงเทียนหลังแลเห็นฉากเรื่องราวในถ้ำ
ประหนึ่งที่นี่เป็นโลกที่มีแต่หิน กรวด แล้วก็ทราย
“นั่นน่ะเหรอ…เพลิงอมตะ!?”