ขณะเดียวกันสองตาต้วนหลิงเทียนก็มองลอดผ่านกลุ่มหินกรวดทรายเบื้องหน้าไปยังต้นตอแสงเทาสลัวของถ้ำ จนตกลงบนเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่ากลางถ้ำ! และพอได้เห็นเปลวเพลิงที่ว่าเขาก็ยากจะละสายตาออกมาจากมันได้!!
เป็นครั้งแรกเลยจริงๆที่เขาเคยเห็นเปลวเพลิงสีนี้
เปลวเพลิงสีเทาที่อยู่กลางถ้ำนั้น ประหนึ่งใจกลางก็ไม่ปาน เหล่าหินกรวดทรายทั้งหลายก็โคจรรอบมันจนเกิดเป็นวงโคจร
นอกจากนี้ในขณะที่มองจ้องเปลวเพลิงสีเทาที่ลุกโชนกลางอากาศเบื้องหน้า ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกเสมือนเขากำลังตกลงไปในห้วงๆหนึ่ง
ราวกับเปลวเพลิงสีเทานี้มีอำนาจดูดกลืนลี้ลับ คอยดึงดูดสติสำนึกของต้วนหลิงเทียนให้ติดอยู่ในนั้นอย่างยากจะถอนตัว…
“หืม?”
จนเมื่อแสงลี้ลับที่ส่องสลัวรอบชิ้นส่วนโลหะแตกๆข้างดวงจิตต้วนหลิงเทียนเรืองรองขึ้นมาวาบหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็ผงะไปคล้ายได้สติ เร่งละสายตาออกมาจากเปลวเพลิงสีเทาทันที
“เพลิงอมตะนี่…ช่างแปลกประหลาดจริงๆ”
หลังงละสายตาออกมาจากเพลิงสีเทาได้แล้ว ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะสูดอากาศเข้าลึกๆ
เมื่อครู่หากไม่ได้ชิ้นส่วนโลหะไม่สมบูรณ์ข้างดวงจิตเปล่งพลังลี้ลับออกมาปกคลุมดวงจิตเขาเอาไว้ ดั่งถังน้ำเย็นราดรดลงหัวเขาล่ะก็…
เขาคงได้แต่มองเปลวเพลิงสีเทาอยู่อย่างนั้นไม่อาจดึงสติกลับมาได้…
‘ก่อนจะมา ไม่เห็นเคยได้ยินเจ้าเมืองหลิ่วบอกไว้เลยว่าเพลิงอมตะนี่มีอำนาจดึงดูดใจแบบนี้ด้วย’