ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าว
เพราะหลิ่วเฟิงกู่ไม่ได้กล่าวเตือนเขาเรื่องนี้ เขาเลยเผลอจ้องมองเปลวเพลิงสีเทาอย่างไม่รู้เรื่อง จนทำให้สติสำนึกจมลงไปในนั้นอย่างยากจะถอนตัว…
‘หรือเจ้าเมืองหลิ่วอาจจะไม่พบเจอสถานการณ์แบบนี้…’
‘บางทีทั้งหมดเป็นเพราะระดับพลังวิญญาณของข้ายังไม่สูงมากพอจะรอดพ้นจากอำนาจสะกดจิตของเพลิงสีเทานี่…เพราะอย่างไรเสียระดับพลังวิญญาณของข้าก็แค่จินเซียนตะวันเหลืองเท่านั้น…น้อยกว่าระดับพลังวิญญาณของเจ้าเมืองหลิ่วตอนที่พบเจอเพลิงอมตะนี่เสียอีก…’
ต้วนหลิงเทียนค่อนข้างเชื่อถือคนอย่างหลิ่วเฟิงกู่
ดังนั้นเขาไม่คิดสงสัยว่าเป็นหลิ่วเฟิงกู่จงใจปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ แต่คิดว่าเป็นเพราะระดับพลังวิญญาณเขาอ่อนด้อยเองถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
และอันที่จริงต้วนหลิงเทียนก็คิดถูก
เหตุผลที่เขาตกอยู่ในสถานการณ์เมื่อครู่ เป็นเพราะระดับพลังวิญญาณของเขาอ่อนแอเกินไป
‘ฟังจากที่เจ้าเมืองหลิ่วพูด…เมื่อเริ่มเข้าใกล้เพลิงอมตะนี่ จะถูกเหล่าหินกรวดทรายในถ้ำโจมตีใส่ทันที และตอนนั้นเป็นเพราะเจ้าเมืองหลิ่วไม่อาจฝ่าเหล่าหินกรวดทรายที่โถมเข้ามาทุกทิศทางได้ จึงต้องกลับบ้านมือเปล่า…’
ไม่ทันรู้ตัว สายตาต้วนหลิงเทียนก็กวาดมองจ้องไปยังหินกรวดทรายมากมายที่ลอยล่องอยู่เบื้องหน้าเต็มถ้ำ