เรียกว่าเหล่าก้อนหิน เม็ดกรวดและทรายมากมายที่ลอยล่องอยู่รอบเพลิงอมตะดั่งวงโคจรของดวงดาวนั้น ไม่ต่างอะไรจากผู้พิทักษ์ที่คอยปกป้องเพลิงอมตะราวทาสผู้ซื่อสัตย์เลย…
ทันใดนั้นเอง
อยู่ๆแวตาของต้วนหลิงเทียนก็เย็นลง
ครู่ต่อมา
ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ!
…
บังเกิดเสียงหวีดหวิวของกระบี่ดังขึ้นระรัว! เป็นต้วนหลิงเทียนที่อาศัยหนึ่งห้วงคิดก็เรียกกระบี่หลิงหลง 7 เปลี่ยนออกมา ได้ใช้ออกด้วยทุกสิ่งสร้างค่ายกลกระบี่สีรุ้งขึ้น!
พอค่ายกลกระบี่สีรุ้งก่อตัวแล้วเสร็จ ก็ปกคลุมทั่วร่างเขาเอาไว้ จากนั้นก็พาเขาท่องทะยานเข้าใส่เพลิงอมตะด้วยความเร็วสูงล้ำ!
เมื่อไม่ทราบว่าเพลิงอมตะเบื้องหน้ามีพลังอำนาจร้ายกาจแค่ไหน ต้วนหลิงเทียนก็ได้แต่ลงมือเต็มกำลังเอาไว้ก่อน!
สำหรับวิธีรวบรวมเพลิงอมตะเข้าร่าง ต้วนหลิงเทียนได้ถามหลิ่วเฟิงกู่ก่อนออกจากเมืองเฉวี่ยโยวครั้งนี้มาแล้วเรียบร้อบ
และหลิ่วเฟิงกู่ก็ได้มอบยันต์อมตะเก็บความทรงจำให้เขาโดยเฉพาะ เป็นยันต์อมตะเก็บความทรงจำที่บอกวิธีเก็บเพลิงอมตะเข้าร่างอย่างละเอียด…
‘ในการเก็บรวบรวมเพลิงอมตะ นอกจากต้องรับมือการต่อต้านของมันได้แล้ว ยังต้องอาศัยสำนึกเทวะสื่อสารกับมันด้วย…หากมีพลังมากพอจะสยบเพลิงอมตะลงได้อย่างราบคาบ แล้วใช้สำนึกเทวะสื่อสารกับมันได้ ปกติแล้ววก็จะสามารถทำให้มันเชื่องได้ไม่ยาก เพราะพวกมันยังไม่ได้เปิดภูมิปัญญาโดยสมบูรณ์!’