พอได้ยินคำตอบดังกล่าวของอาวุโสฝ่ายในคนนั้น เถียนจี้หวี่ก็หัวเราะเหอะๆ “อันใด หรือเจ้าจะบอกว่า…การตายของโจวเฟยกับผู้พิทักษ์โจวเกี่ยวข้องกับ 2 คนนี้งั้นหรือ?”
“ข้าก็ไม่มั่นใจหรอกใต้เท้า เพียงแต่ข้าคิดว่ามันบังเอิญแปลกๆ…เพราะอย่างไรโจวเฟยกับต้วนหลิงเทียนก็มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน”
อาวุโสฝ่ายในคนนั้นกล่าวต่อ
“โจวเฟยเคียดแค้นต้วนหลิงเทียน หากแต่ผู้พิทักษ์โจวหมายส่งเสริมต้วนหลิงเทียนที่มากพรสวรรค์ให้แสดงผลงานเลิศล้ำในการประลอง 16 มณฑลที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ 1 ปี…อาศัยโจวเฟยคนเดียว ให้มันเคียดแค้นต้วนหลิงเทียนเพียงใด มันก็ไม่มีกำลังมากพอจะไปหาเรื่องกับต้วนหลิงเทียนหรอก…”
เถียนจี้หวี่กล่าวออกเสียงเบา
“สำหรับฉินอวี่…แม้มันกับต้วนหลิงเทียนจะมากจากเมืองเฉวี่ยโยวเหมือนกัน…แต่มันก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรกับโจวเฟย ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องพลังฝีมือมันไม่สูงพอจะฆ่าโจวเฟย”
เถียนจี้หวี่กล่าวต่อ
“แต่นอกจากทั้ง 2 แล้ว…น้อยก็มิทราบจะหาเบาะแสเรื่องนี้อย่างไร”
อาวุโสฝ่ายในได้แต่คลี่ยิ้มเจื่อนๆออกมา จากนั้นสองตาก็เริ่มฉายประกายเรืองขึ้น เอ่ยถามอย่างระวังว่า “ใต้เท้าผู้ว่า…หรือท่านจะให้ข้าลองไปตรวจสอบทั้งคู่ดู?”
“ตรวจสอบไปก็ไร้ประโยชน์…ไม่จำเป็น!”
เถียนจี้หวี่ส่ายหัวไปมาพลางกล่าว
ที่มันตัดสินใจแบบนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ