อาวุโสฝ่ายในเจิ้งชิว หันไปมองเถียนจี้หวี่ที่นั่งหน้าเข้มบนเก้าอี้ผู้ว่า
ครู่ต่อมาสายตาของเหล่าอาวุโสฝ่ายในและผู้พิทักษ์จวนคนอื่นก็หันไปมองจ้องเถียนจี้หวี่เป็นสายตาเดียวกัน รอฟังคำตอบอย่างเงียบงัน
“ข้าเองก็ไม่รู้…”
เถียนจี้หวี่ส่ายหัวไปมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก คนที่ฆ่าผู้พิทักษ์โจวได้เห็นชัดว่าพลังฝีมือเหนือกว่ามาก…หาไม่แล้วผู้พิทักษ์โจวคงไม่ถึงขั้นไร้โอกาสส่งยันต์อมตะสื่อสารกลับมา…”
“ตอนนี้เท่าที่รู้ก็คือ…ผู้พิทักษ์โจวตกตายลงหลังจากที่โจวเฟยตายตกไม่นานเท่าไหร่ บอกได้ว่าแม้ฆาตกรจะไม่ใช่คนๆเดียวกัน แต่สมควรเป็นกลุ่มเดียวกันแน่….หาไม่แล้วเรื่องราวคงไม่บังเอิญขนาดนี้!”
เถียนจี้หวี่กล่าวต่อ
คำพูดดังกล่าวของเถียนจี้หวี่ ก็ทำให้ทุกคนในโถงพยักหน้าเห็นด้วย
ไม่สมควรเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ
หลังลูกตายไม่นาน พ่อก็ตายตามไปด้วย…
เช่นนั้นการตายของทั้ง 2 สมควรเกี่ยวพันกัน
“ใต้เท้าผู้ว่า…”
ตอนนี้เองมีอาวุโสฝ่ายในคนหนึ่ง คล้ายนึกอะไรได้ออกจึงหันไปมองกล่าวกับเถียนจี้หวี่เสียงเข้ม “ผู้พิทักษ์โจวออกจากจวนไปเมื่อใดพวกเราไม่มีใครทราบ…แต่ที่ข้าทราบมาพบว่า ก่อนที่โจวเฟยจะออกเดินทางจากจวน มี 2 คนที่พึ่งเดินทางออกจากจวนไปก่อนมัน”
“ผู้ใด?”
สองตาเถียนจี้หวี่ทอประกายเรืองวูบ กล่าวถามเสียงเข้ม
“เป็นต้วนหลิงเทียน กับฉินอวี่”
อาวุโสฝ่ายในผู้นั้นกล่าวต่อ