หลิ่วเฟิงกู่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก็พูดถึงเรื่องเพลิงอมตะออกมาทันที
คราวนี้ต้วนหลิงเทียนไม่ได้เกรงใจ หรือปฏิเสธอะไรอีก สองตายังลุกวาวขึ้นมาทันใด
เมื่อ 2 ปีก่อนตั้งแต่ตอนที่ได้ฟังเรื่องของเพลิงอมตะจากหลิ่วเฟิงกู่
เขาก็รู้สึกได้ว่านั่นอาจไม่ใช่เพลิงอมตะระดับต่ำธรรมดา!
“เอาล่ะ ตอนนี้ข้าจะบอกเรื่องสถานที่ๆข้าพบเจอเพลิงอมตะนั่นให้ท่าน…มันเป็นสถานที่ค่อนข้างไกลห่างทั้งไร้สำคัญนัก ไม่น่าจะมีผู้ใดพบเจอตลอดหลายปีที่ผ่าน…”
หลิ่วเฟิงกู่มองต้วนหลิงเทียน พลางกล่าวเสริมว่า “แน่นอนข้าเพียงพูดว่า ‘ไม่น่า’ จะมีใครพบเจอเท่านั้น ท่านเองก็ต้องทำใจเผื่อไว้ด้วยหากมีผู้ใดไปพบเจอมันเข้าแล้ว…”
“ข้าเข้าใจ”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ
ครู่ต่อมาต้วนหลิงเทียนก็ได้รับทราบตำแหน่งสถานที่ซ่อนเพลิงอมตะจากปากหลิ่วเฟิงกู่อย่างละเอียด และมันก็อยู่อีกด้านของเมืองประจำมณฑลจิ่วโยวเลย
หากต้วนหลิงเทียนคิดไปที่นั่น ก็จำต้องผ่านเมืองประจำมณฑลจิ่วโยวก่อน
“ท่านเจ้าเมือง หากท่านไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน”
หลังได้รับทราบเบาะแสเพลิงอมตะ ต้วนหลิงเทียนก็ไม่อยากรั้งอยู่ในเมืองเฉวี่ยโยวต่อ เขาคิดจะเดินทางไปยังสถานที่ซ่อนเพลิงอมตะนั่นทันที ราวกับกลัวจะมีใครไปพบเจอแล้วแย่งชิงตัดหน้า…
“ถนอมตัวด้วย”
หลิ่วเฟิงกู่พยักหน้า มันเองก็เข้าใจความรู้สึกของต้วนหลิงเทียนในตอนนี้ดี