จากนั้นในห้องโถงหลักอันกว้างใหญ่ของจวนเจ้าเมือง ก็เหลือหลิ่วเฟิงกู่กับต้วนหลิงเทียนแค่ 2 คน
ฟุ่บ!
หลิ่วเฟิงกู่วูบมาดั่งสายลม หยุดยืนเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียน จากนั้นก็โค้งศีรษะลงไปแทบเก้าสิบองศา!
“ท่านเจ้าเมืองนี่…”
ต้วนหลิงเทียนสะดุ้งกับการกระทำดังกล่าวของหลิ่วเฟิงกู่ไม่น้อย
“ต้วนหลิงเทียน ครั้งนี้ข้าต้องขอบคุณท่านอย่างยิ่ง”
หลิ่วเฟิงกู่ที่เงยหน้าจากการโค้งคำนับ มองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องขอบคุณแล้ว…นี่คือข้อตกลงระหว่างเรา ข้าช่วยจับโจวทงมาก็เพราะท่านมอบทรัพยากรบ่มเพาะทั้งให้สถานที่บ่มเพาะกับข้าอย่างดีที่สุดเท่าที่ท่านหาได้ พวกเราไม่ถือว่ามีใครติดค้างใคร”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา
“ข้ารู้ว่าพวกเรามีทำข้อตกลงไว้แล้ว…แต่กล่าวไปในระดับหนึ่ง ช่างเป็นข้อตกลงที่ท่านเสียเปรียบนัก!”
หลิ่วเฟิงกู่ส่ายหัวไปมา
“ไม่เสียเปรียบหรอก…ในเมื่อข้ายอมรับข้อตกลงท่านวันนั้น ก็หมายความว่าข้อตกลงของท่านทำให้ข้าพึงพอใจ”
ต้วนหลิงเทียนก็ส่ายหัววไปมาเช่นกัน
“อย่างไรเสีย ข้าไม่อาจไม่ขอบคุณท่าน”
หลิ่วเฟิกู่กล่าวออกเสียงหนัก
ต้วนหลิงเทียนก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆอย่างช่วยไม่ได้
“โชคดีที่ก่อนหน้าข้าสัญญากับท่านว่าหลังท่านช่วยข้าล้างแค้นให้ศิษย์ข้าได้แล้ว จะมอบเบาะแสของเพลิงอมตะที่ข้าเคยพบเจอในอดีตให้ท่าน…หาไม่แล้วข้าไม่ทราบจริงๆว่าจะตอบแทนบุญคุณท่านได้อย่างไรไหว”