เมื่อเห็นว่าเมืองเฉวี่ยโยวกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ โจวทงที่ถูกค่ายกลกระบี่ของต้วนหลิงเทียนผนึกร่าง หมายควบคุมจับมันกลับไปยังเมืองเฉวี่ยโยวให้หลิ่วเฟิงกู่ฆ่า ก็คล้ายจะสูดได้กลิ่นแห่งความตายชัดเจน มันก็ได้แต่ก้มหัวลดความหยิ่งผยอง กล่าวเจรจากับต้วนหลิงเทียนอยย่างนอบน้อม
“หืม? ช่วยเหลือข้าให้นั่งเก้าอี้ผู้ว่าหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้มเยาะ เหลือบมองโจวทงด้วยสายตาเบื่อหน่าย “โจวทง หากเจ้าช่วยข้าให้นั่งเก้าอี้ผู้ว่าได้จริง ป่านนี้เจ้าจะยังเป็นแค่ผู้พิทักษ์จวนอีกหรือ?”
“นี่เจ้า…เห็นข้าเป็นเด็กสามขวบรึไง?”
วาจาท้ายประโยคของต้วนหลิงเทียน ยามกล่าวน้ำเสียงแฝงความไร้สาระประการหนึ่ง
ราวกับจะพูดต่อว่า โจวทงเจ้า…หากมีปัญญาช่วยให้ผู้อื่นได้เป็นผู้ว่าจริง ตัวเจ้ายังจะยอมเป็นขี้ข้ารับคำสั่งผู้ว่าทำอะไร? ไฉนไม่เป็นผู้ว่าเองแต่แรก?
“ต้วนหลิงเทียนแม้พลังฝีมือเจ้าจะสูง หากแต่ยังมิสูงพอจะสยบเถียนจี้หวี่ได้ อย่างดีก็ทำได้แค่เสมอกับมันเท่านั้น…หากพวกเราสองคนร่วมมือกัน คิดฆ่าเถียนจี้หวี่ก็มิใช่ปัญหา!”
โจวทงยังคงกล่าวชักจูงต่อ
“ฮ่าๆๆๆ…!!”
ได้ยินวาจาโน้มน้าวดังกล่าวของโจวทง ต้วนหลิงเทียนหัวเราะเล็กน้อย ค่อยกล่าวถามออกด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อ “จริงเหรอ? ว่าแต่ถึงตอนนั้นใครจะรับประกันให้ข้าได้ล่ะ ว่าโจวทงเจ้าจะไม่หันไปร่วมมือกับผู้ว่ามาจัดการข้าแทน?”
ได้ยินคำถามด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อ หน้าโจวทงก็จมลงเล็กน้อย