มันก็คิดเรื่องนั้นอยู่จริงๆ
ยังคิดว่าแผนการนี้ของมันยอดเยี่ยมนัก เพราะดั่งหนึ่งหินสอยสองวิหกโดยแท้…
“เจ้าเชื่อข้าเถอะ!”
อย่างไรก็ตามแม้จะยังโน้มน้าวไม่สำเร็จ แต่พอได้ยินต้วนหลิงเทียนถามเพราะไม่เชื่อแบบนั้น โจวทงก็พยายาต่อไม่เลิก เพราะไม่เชื่อกับไม่เห็นด้วยมันต่างกัน “หากเจ้าได้เป็นผู้ว่าการมณฑลจิ่วโยว ถึงตอนนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพยากรบ่มเพาะของเจ้าอีกต่อไป…กระทั่งยังสามารถเพลิดเพลินกับอำนาจสูงสุดในมณฑลจิ่วโยวได้!!”
“มณฑลจิ่วโยวแม้จะเป็นมณฑลใต้การปกครองของพระราชวังฉิน…แต่โดยปกติแล้วพระราชวังฉินมักไม่ได้สนใจอะไรในมณฑลจิ่วโยวมากนัก…ตราบใดที่เจ้าขึ้นเป็นผู้ว่าการมณฑลได้ ในมณฑลจิ่วโยวเจ้าเพียงเอ่ยปากคำเดียวก็ได้ทุกสิ่ง!!”
ในวาจาของโจวทงนั้น เห็นชัดว่าพยายามโน้มน้าวให้ต้วนหลิงเทียนบังเกิดความสนใจในตำแหน่งผู้ว่านัก
“โทษที…แต่พอดีข้าไม่สนใจ!”
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเมืองเฉวี่ยโยวแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็คร้านเสียเวลากล่าวเหลวไหลกับโจวทงสืบไป “เอาล่ะ ข้าเบื่อจะพูดกับเจ้าแล้ว…อันที่จริงแกล้งเจ้าก็ไม่ได้สนุกสักเท่าไหร่ หรือเจ้าคิดจริงๆว่าข้าจะมองไม่เห็นความคิดตื้นๆนั่น?”
ที่เขาตอบออกไปทำราวกับไม่เชื่อตั้งแต่ตอนแรก และเสียเวลาคุยกับโจวทงต่อนั้น ก็เพราะการเดินทางมันทำให้เขาเบื่อเท่านั้น…
ตั้งแต่ 2 ปีก่อนตอนที่เขาอยู่เมืองเฉวี่ยโยว เขาก็รู้แล้ว…