“ก่อนที่ต้วนหลิงเทียนคนนี้จะปรากฏตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการกองทัพมังกรดำหรือผู้บัญชาการกองทัพมังกรเงินที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของหลิ่วเฟิงกู่ พวกมันไม่เคยได้เข้าใช้ห้องบ่มเพาะส่วนตัวของหลิ่วเฟิงกู่มาก่อนเลย!”
กล่าวถึงจุดนี้โจวเฟยก็หยุดลงเล็กน้อย ค่อยพูดต่อว่า…
“ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังได้ยินเหมียวไหลหลงบอกมาอีกด้วยว่า…ครั้งหนึ่งมันก็เคยบอกเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนเป็นผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์มาในสระกำเนิดเซียนอมตะ ทั้งพาหลิ่วเฟิงกู่ไปยืนยันกับเหล่าผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์มาพร้อมกันกับต้วนหลิงเทียน…จนหลิ่วเฟิงกู่เอง ก็ยืนยันได้ว่าต้วนหลิงเทียนเป็นคนที่พึ่งขึ้นสวรรค์มาจริงๆ”
“ทว่าเรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่เหมียวไหลหลงหวังเอาไว้…หลิ่วเฟิงกู่ไม่เพียงจะไม่บีบคั้นให้ต้วนหลิงเทียนส่งมอบวรยุทธ์อมตะทั้งเวทย์พลังอันใด กระทั่งยังสนับสนุนทรัพยากรบ่มเพาะและให้เข้าใช้ห้องบ่มเพาะส่วนตัวของเจ้าเมือง”
กล่าวถึงจุดนี้สีหน้าของโจวเฟยก็มองจ้องโจวทงด้วยความจริงจัง กล่าวออกเสียงหนักต่อว่า
“ท่านพ่อบุญธรรม ข้าสงสัยว่า…หลิ่วเฟิงกู่มันใช้ทรัพยากรบ่มเพาะกับห้องบ่มเพาะส่วนตัวของมัน เพื่อทำให้ต้วนหลิงเทียนติดหนี้บุญคุญ ด้วยคิดใช้หนี้บุญคุณนั่น…ให้ต้วนหลิงเทียนจัดการท่านให้มันในวันหลัง!”
ถึงแม้ว่าทั้งหมดจะเป็นเรื่องที่โจวเฟยคาดเดาไปเอง
ทว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่ต่างจากความจริงสักเท่าไหร่…
“หลิ่วเฟิงกู่…เหอะ!”