‘ถึงวันนั้นหากท่านพ่อบุญธรรมคิดจะฆ่ามันเพื่อตัดรากถอนโคน…ก็ยากกว่าปีนป่ายขึ้นสวรรค์!’
นึกถึงจุดนี้สองตาโจวเฟยยิ่งมาก็ยิ่งเปล่งแสงจ้า
…
ไกลออกไปจากเมืองจิ่วโยว
ณ ขุนเขาเขียวขจีเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและสรรพชีวิตน้อยใหญ่ บริเวณยอดเขาอันกว้างใหญ่ไพศาล ปกคลุมไปด้วยไอหมอกงดงามสมดั่งแดนสวรรค์ ปรากฏร่างสตรีงดงามปานนางฟ้านางหนึ่ง…
สตรีนางนั้นยืนนิ่งอยู่บนยอดเขาอย่างเงียบงัน สองตามองไปยังสุดขอบฟ้าไกลห่าง ทิศทางที่ตั้งมณฑลจิ่วโยว…
สตรีที่ว่าสวมใส่ชุดกระโปรงแลดูธรรมดาสีม่วงอ่อน หว่างคิ้วโค้งดั่งขนนก ผิวกายขาวกระจ่างปานหิมะแรกฤดูหนาว เอวคอดกิ่วแลดูอรชรอ้อนแอ้นนัก
แม้นจะมีผ้าโปร่งแสงบดบังใบหน้าครึ่งล่างเอาไว้ หากแต่แค่เพียงดวงตาดั่งสารทฤดูแสนเย็นชา พร้อมด้วยความรู้สึกเลือนลางไม่อาจจับต้องราวทั่วกายมีหมอกควันปกคลุมนั่น ก็ทำให้สีสันรอบกายของนางคล้ายซีดจางลงไปถนัดตา
นอกจากนั้นแม้ครึ่งใบหน้านางจะถูกบดบังไว้ด้วยม่านผ้า
แต่ด้วยม่านผ้าปิดหน้าผืนน้อยของนางนั้นโปร่งแสงทั้งเบาบาง จึงทำให้เห็นเรียวคางทั้งความโค้งมนของพวงพักตร์ได้ชัดเจน
เรียกว่าพาลให้ผู้คนบังเกิดความรู้สึกอย่างพุ่งไปเลิกผ้าผืนบางนี่ออก เพื่อเชยชมความงามให้ชัดตาเสียให้ได้…
กระทั่งมีม่านผ้าบดบังยังชวนให้ฝันละเมอเพ้อพกถึงเพียงนี้…
แล้วหากเลิกผ้านั่นออกเสียเล่า จะทำให้ล่องลอยไปถึงสวรรค์ชั้นใด?